usa

Series ตอนนี้เคยเขียนไว้ใน live space เมื่อประมาณธันวาคม 2550 ขุดมาใส่ใน exteen กับ wordpress กีสักที ความเติมตอนที่แล้วติดตามได้ที่นี่

ไม่ใช่เพลง How do I live? ที่ใช้ประกอบภาพยนตร์เรื่อง Con Air ของนิโคลัจ เคจแต่อย่างใด แต่นี่คือวิธีการใช้ชีวิตที่นี่ (Newark, Delaware) เรื่องแรกคืออาหารการกิน

เนื่องจาก "ห้องครัว" ของบ้านที่พักอยู่นี่ ค่อนข้างที่จะไม่สะอาด หรือเรียกว่าเห็นแล้วไม่ค่อยมีอารมณ์สุนทรีย์ทำอาหารสักเท่าไหร่ ฝุ่นอะไรก็ไม่เคยดูด คนดูแล(ลูกเจ้าของบ้าน) เค้าทำอาหารปิ้งย่าง กินอะไร จานชามก็คาอยู่ในอ่างล้างจาน(ไม่ยอมล้าง) กะทะปิ้งย่าง หม้อ ใช้เสร็จก็วางคาเตา ไม่ยอมเอาไปล้างอีกนั่นแหละแล้วทิ้งไว้อย่างนั้นทีสองสามวันก็มี พี่แกลืมไปหรือเปล่าว่าค่าเช่า 425ดอลลาร์เนี่ย ตามสัญญาเช่านั้นอนุญาตให้เราเข้าไปใช้ครัวได้ เพราะฉะนั้นก็ควรจะทำตัวสะอาดๆ สักหน่อย เมื่อการณ์เป็นดั่งนี้ควรรือที่เราจะทำครัวหนักๆได้ ดังนั้นอาหารที่ซื้อมาตุนเอาไว้จึงเป็นจำพวกที่สามารถเอาเข้าตู้ไมโครเวฟอุ่นสักแป๊ปแล้วกินได้เลย

 

PC160044

พวกพิซซ่าหรือปลาชุมแป้งทอดที่สามารถเอาเข้าตู้ไมโครเวฟอุ่นแล้วกิน

PC150041

มุมตุ้เย็นและเสบียง ในกล่องใส่มาม่ากับข้าวที่ยังไม่ได้หุงเอาไว้ แล้วก็มีหม้อหุงข้าวที่ยืมรุ่นพี่มาด้วย

แผนที่ประกอบ คลิกเลื่อนเล่นได้

 

ตอนกลางวันก็ไปกินที่ TRABAN STUDENT CENTER ซึ่งอยู่หัวมุมตรงกันข้ามกับ Sharp Lab พอดี แต่อาหารก็ไม่มีอะไรมากเน้นไปทางแป้งกับไก่เสียมาก แถมถ้าเสาร์อาทิตย์หรือปิดเทอมก็จะปิดตามไปด้วย ดังนั้นเลยมีที่ประจำอีกทีหนึ่งคือร้านอาหารจีน Happy Garden ที่ Ekton Road เข้าไปสั่งที่เคาท์เตอร์ โดยอาจจะเอาเมนู(หรือใบสั่ง) ใบใหญ่ๆ ไปนั่งดู แล้วเขียนเครื่องหมายเอา (ถ้ากลัวฟังอังกฤษสำเนียงจีนไม่รู้เรื่อง) รออาหารเสร็จ จ่ายตังค์ หยิบถาด(พลาสติคหรือกระดาษ) ไปนั่งที่โต๊ะ พร้อมทั้งต้องเตรียมเครื่องดืมไปเอง หรือซื้อเอาจากร้านเค้า (ไม่มีหรอกน้ำดื่มฟรีแบบร้านอาหารในไทย) กินเสร็จก็หยิบทั้งถาดทั้งช้อนส้อมพลาสติคไปทิ้งในถังขยะ แล้วก็ออกไป

 

แต่ร้านแบบนี้ดีอยู่อย่างที่เป็นอาหารเอเชีย เลยมีทั้งไทย จีน ญี่ปุ่น เกาหลี มากินบ่อย อาหารก็ไม่ได้แตกต่างจากที่บ้านเรามาก เพียงแต่ต้องปรับลิ้นเล็กน้อยเนื่องจากเป็นคนจีนทำ สามารถสั่งเป็นห่อเอากลับไปกินที่บ้านได้ ดังนั้นเวลาไป นอกจากจะสั่งกินเดี๋ยวนั้นแล้ว ก็จะสั่งเป็นห่อมาด้วย

PC160047

อาหารที่สั่งแบบห่อกลับบ้านมาในหีบห่อแบบนี้

ซึ่งห่อก็มีขนาดใหญ่มากถ้าสั่งแบบห่อใหญ่อาจแบ่งกินได้ถึง 4 มื้อ เลยทีเดียว (กะเพาะแมว) โดยเอาแช่ไปในตู้เย็นเอา เวลาจะกินก็เอาเข้าตู้ไมโครเวฟ(แต่ต้องเอาลวดที่เค้าทำเป็นหูหิ้วออกก่อนนะ) สามารถสั่งได้ทั้งแบบข้าวแยกกับ "กับข้าว" ได้ด้วย นอกจากนี้ยังลงไปทำกับข้าวแบบเล็กๆ เช่นต้มมาม่า ต้มไข่น้ำ หุงข้าว ในครัวบ้างเป็นครั้งคราว เพื่อเอามากินกับเจ้าอาหารส่วนที่อุ่นไมโครเวฟ เพราะถ้ากินแต่อาหารผ่านตู้ไมโครเวฟคงน่าเบื่อแย่ ส่วนน้ำดื่มนั้นก็ซื้อเอาตามร้าน ถ้าซื้อเป็นขวดก็แพงหน่อย แต่ถ้าเป็นแกลลอนจะถูกลงแต่เยอะและหนัก ก็ค่อยๆ หิ้วกลับบ้าน

 

ที่ Newark นี่มีอาหารทั้งอิตาลี อเมริกัน อินเดีย จีน แต่สิ่งที่ขาดไปอย่างหนึ่งคือ "อาหารไทย" ใช่แล้วครับพี่น้อง โอกาสทางธุรกิจยังเปิดกว้างเสมอ ขนาดร้านอาหารจีน ยังมีทั้งไทย จีน เกาหลี ญี่ปุ่น คอเคซอยย์(ก็ฝรั่งผิวขาวนั่นแหละ) เมกซิกัน มากิน ทำไมอาหารไทยที่ขึ้นชื่อว่า "อร่อย" และเป็นอาหาร "เพื่อสุขภาพ" ชนิดหนึ่งในโลก จะมาเปิดที่นี่บ้างไม่ได้ โอกาสทางธุรกิจยังพอมีอยู่ นักเรียนไทยหรือคนไทยที่ทำงาน ชาวต่างชาติที่นิยมอาหารไทยก็มีแน่นอน พวกเครื่องปรุงยี่ห้อไทยๆ มาม่า ผัดไทยกล่อง(แบบแห้งๆ ต้องลวกน้ำ)ขายในห้างก็มี ถ้าไม่กลัวว่าต้องใช้ทุน มาลองเปิดร้านอาหารไทยที่นี่ดีไหมนะ?!

PC170073

ตัวอย่างผัดไทยแห้งๆ ที่ขายในห้างราคา 2 ดอลลาร์นิดๆ แต่ข้างในมีแค่เส้น ส้อม กับซองเครื่องปรุง หาได้มีผัก กุ้ง หรือไข่อบแห้งแบบมาม่าคับนู้ดเดิลรสต้มยำกุ้งไม่ เวลากินก็ลวกน้ำร้อนแล้วเทเครื่องปรุงใส่กินแต่เส้นเท่านั้น ..... หนอยซื้อมาม่า 39 cent (ประมาณ 10บาท) กินยังถูกกว่าอร่อยกว่าอีก

 

PC170076

ด้านหลังกล่อง แสดงผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่ทำขาย ทำกินเองสดๆ ยังอร่อยกว่า

ว่าแล้วก็เปิดร้านอาหารไทยเสียดีมั๊ย บางทีถ้ารุ่นพี่คนไทยที่มีรถยนต์ขับ เค้าก็จะโทรศัพท์มาชวนไป Supermarket เพื่อไปซื้อของตุนไว้ ก็ถือโอกาสติดรถไปซื้อของด้วยทั้งรับทั้งส่งต้องขอขอบคุณไว้ ณ ที่นี้ การเดินทาง เนื่องจากที่พักอยู่ห่างจากห้องแลบประมาณ 1 กิโลเมตร นิดๆ จะเดินไปก็ได้ แถมพี่แป้งยังให้ยืมรถจักรยานมาใช้อีกทำให้การเดินทางง่ายขึ้น และแน่นอนว่าเนื่องจากเมือง Newark นี่ใกล้ทะเลดังนั้นถ้าจะมีฝนตกบ่อยๆ ในหน้าหนาวก็ไม่แปลกอะไร เพียงแต่มาคราวนี้ผ่านมาครึ่งเดือนพอดี ยังไม่เจอะฝนตกฟ้าคะนองพายุกระจายเลย จึงใช้แค่ร่มคันเล็กๆ ที่ซื้อมาจากร้าน Dollar Tree 1 ชิ้น 1 Dollar โต๊ะทำงานและการใช้อินเตอร์เนท

ที่บ้านหลังนี้มีโต๊ะทำงานเล็กๆ (เล็กจริงๆ) ให้หนึ่งตัววางของไม่กี่อย่างก็เกือบเต็มแล้ว ส่วนอินเตอร์เนท 7เหรียญรึ ลองมาหาชื่อ Network ตามที่เขาบอกมายังไม่เห็นเลย สงสัยซ่อนเอาไว้ต้องลงทะเบียน Mac Address จากเครื่องเราก่อนเครื่องคอมฯ เราถึงจะมองเห็น ไม่เป็นไรลองให้เครื่องหาดูเครือข่ายอื่น ก็เจอเพียบเลย มีทั้งแบบที่ต้องใส่ password เข้าไป กับแบบที่พอลองเชื่อมต่อแล้ว เข้าได้เลย (ใจดีให้ใช้ฟรีซะงั้น--จะเรียกว่าแอบใช้ก็ได้) แต่ก็ต้องเสี่ยงเอาเพราะแบบนี้มีไม่มากแถมอยู่ไกล ติดๆหลุดๆ และช้าตามเรื่องตามราว(แอบใช้ของเค้าฟรีๆ แล้วยังจะบ่นอีก) (ตอนหลังพบว่า เจ้าชื่อเนตเวิร์กที่คนดูแลบอกมามันไม่ใช่ชื่อนั้นและไม่มีจริงด้วย มันเป็นชื่ออื่น ซึ่งต้องถาม housemade อีกคนที่อยู่ห้องข้างๆ แทน -_-! อะไรของเค้านี่ สุดท้ายก็ใช้เนตของบ้านนี้นั่นแหละ เร็วดีบิทไว)

 

PC160046

สภาพโต๊ะทำงาน ส่วนพวกตู้เก็บของนั้น ไม่ต้องเรามีมาอยู่แล้วนั้นคือ กระเป๋าเดินทางใบยักษ์นั่นเอง มีอะไรก็เก็บไว้ในนี้เผื่อฉุกเฉินไฟไหม้ก็ปิดซิบลากๆ ออกไปเลย ส่วนกระเป๋าอีกใบก็ใช้แทน "ตะกร้าเสื้อผ้า" ไว้ใส่พวกเสื้อผ้าที่จะซัก ถึงเวลาซักก็ปิดซิบแล้วลากๆๆๆ ไปห้องซักผ้า แล้วก็แยกเป็นกางเกงกับเสื้อยัดลงไปในเครื่องซักผ้า ปล่อยน้ำเข้า เทน้ำยาซักผ้าปิดฝา รอๆๆๆ ซักเสร็จก็เอาเสื้อผ้าออกมา ยัดเข้าตู้อบปล่อยให้มันอบไป รอๆๆ เมื่อแห้งหมดแล้วก็พับใส่กระเป๋าเดินทาง แล้วลากกลับห้อง จบข่าว

 

PC060126

ตู้เสื้อผ้าจริงๆ ห้องนี้มีสองตู้ เลยเก็บอีกตู้หนึ่งไว้เป็นตู้เก็บของ

เวลาไปร้านถ่ายเอกสาร ที่นี่เค้าจะให้ตลับผงหมึกมาให้เราเอาไปเสียบที่เครื่องถ่ายเอกสาร แล้วเราก็ถ่ายเอกสารเอง(ต้องใช้เครื่องเป็นนะ) จากนั้นเมื่อถ่ายเอกสารเสร็จ ก็ถอดเอาตลับผงหมึกมา เค้าก็จะดูตัวเลขจำนวนที่เราใช้ไปแล้วเอาไปคิดตังค์ออกมา โดยไม่นับไม่แตะต้องเอกสารที่เราถ่ายเลย หนึ่งนั้นคงเป็นเพราะคนน้อย และอาจกลัวมีปัญหากับเอกสารของลูกค้า เลยต้องใช้ระบบบริการตัวเองแบบนี้ แต่ก็สะดวกดี

นอกจากนี้เวลาไปซูเปอร์มาร์เกต(ที่อยู่ไกลถึงนอกเมือง) นอกจากเคาท์เตอร์คิดเงินแบบปกติแล้ว ยังมีแบบบริการตัวเอง ที่เป็นเครื่องให้เราไปสแกนบาร์โคดของที่ซื้อเอง กดเลือกวิธีจ่ายตังค์เอง ทั้งแบบเงินสด(ก็สอดแบงค์ให้เครื่องทอนตังค์) หรือแบบรูดบัตรเครดิตหรือเดบิต แล้วก็หยิบของใส่ถุงเอาเอง ลองมาหมดแล้วสรุปว่าบัตรเดบิตสะดวกที่สุด แค่รูดการ์ดแล้วป้อนรหัส Pin 4 ตัวของ ATM ไม่ต้องให้พิมพ์ออกมาแล้วเซ็นชื่อให้ยุ่งยากเหมือนที่ในไทย ห้างบ้านเราน่าจะเอามาใช้มั่ง อ่ะๆ ไม่ต้องกลัวคนลักไก่ ที่นี่มีคนเฝ้าดูว่าใครกะจะโกงไม่ยอมยิงบาร์โคดสินค้า

PC090038

สิ่งของที่ต้องมีไว้ติดตัวเสมอเวลาออกจากบ้าน

PC090034

พวกเหรียญต่างๆ จากซ้ายมือ คือเหรียญ quarter หรือ 25 cent ถัดมาคือ dime 10 cent แถวสามคือ 5 cent และสุดท้ายเหรียญสีแดงๆ คือ 1 cent ทำไมเหรียญ 10 cent(ค่ามากกว่า) มันเล็กกว่า 5 cent ที่ค่าน้อยกว่าล่ะนี่ งงเลย คริสต์มาสนี้จะไป Washington DC โดยไปสมทบกับเพื่อนๆ และน้องๆ จาก San Diego, Fargo, Virginia จองตั๋วรถไฟไว้แล้ว คราวหน้ามารีวิวรถไฟ Amtrak ดีกว่า เทียบกับ รฟท แล้วจะเป็นยังไง (แค่ขั้นตอนซื้อตั๋วออนไลน์ที่นี่ก็กินขาดแล้วไม่นับวิธีการออกตั๋วด้วยเครื่องที่สถานีอีกนะ) ได้แก่ กระเป๋าสตางค์สองใบ (แยกเก็บบัตรเดบิต บัตรต่างๆ และเงินสด) เผื่อว่าหายใบหนึ่งก็ไม่หายไปทั้งหมด อย่างน้อยยังมีอีกใบ พวงกุญแจและTag นอกจากนี้ยังมีสมุดคู่ฝากกับสมุดเช็ค ที่ลืมไม่ได้คือ passport สำหรับคนต่างช่าติ passport ก็เหมือน ID Card ถ้าไม่มีไว้แสดงตนระวังจะถูกจับหรือติดต่ออะไรไม่ได้เลย