ไปประชุมเสนองานวิชาการ(วิทยาศาสตร์) แล้วได้อะไรบ้าง?
posted on 06 Apr 2009 20:26 by stardustblog in Academicในทีุ่สุดก็ได้วิธีเขียน blog ใหม่แล้ว ได้ทั้งของสำรอง(http://watcharawuth.wordpress.com) และของจริง(http://stardustblog.exteen.com) เนื่องจากไม่ค่อยมีเวลาคิดอะไรออกก็เขียนเลย พอเขียนไปสักพักก็ตัน ไปทำอย่างอื่นแล้วมาเขียนใหม่
ดังนั้นการจะ loginเข้า exteen บ่อยๆ ก็ไม่ค่อยสะดวก มีแต่ต้องเขียนในคอมพิวเตอร์ก่อนแล้วค่อยลอกเนื้อหามาวาง ทีนี้ก็จะเป็นปัญหาในการใส่รูปประกอบอีก เมื่อลองใช้ windows live writer ก็ประสบปัญหาว่าทำให้ live writer เชื่อมกับ exteen ไม่ได้ อย่ากระนั้นเลยก็เลยต้องทำการเชื่อมต่อกับ wordpress.com แทน โดยการเขียนบลอกลงใน live writer แล้ว publish ขึ้น wordpress เพื่อ preview และแก้ไขให้เรียบร้อยก่อนที่จะคัดลอก html code ในบลอกที่เราต้องการมาใส่ใน exteen ทีนีรูปภาพประกอบที่ Upload ขึ้นมาจากเครื่องก็จะไปอยู่ที่ wordpress แทนด้วยล่ะ แท่นแท้น
ช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ผมได้ไปเสนอผลงานวิจัยทั้งในต่างจังหวัดอย่างการประชุม Siam Physics Congress 2009(SPC2009) ที่ชะอำ เพชรบุรี และการประชุม 13th ANnual Symposion on Computaional Science and Engineering (ANSCSE13th) ที่ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน จริงๆ ก่อนหน้านี้ก็เคยเล่าไปแล้วตอนประชุมที่ วทท34 ที่ศูนย์ประชุมสิริกิติ์ เมื่อราวปลายเดือนตุลาคมปีที่แล้วด้วย
หลายๆ คนคงอาจจะเคยได้ยินว่า ในแวดวงนักวิชาการนอกจากการทำวิจัย เขียนรายงาน ตีพิมพ์ผลงานการวิจัยแล้ว ยังมีอีกงานหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน นั่นก็คือ “การไปเสนอผลงานวิจัย” ในการประชุมต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศ แล้วสงสัยกันไหมว่า เขาไปทำอะไรกันบ้าง? และเกิดผลประโยชน์อันใดงอกงามขึ้นมา?
-
เป็นหมุดหมายกำหนดเร่งงาน อันนี้เป็นความคิดของรุ่นน้องในแลบนะครับ เพราะเขาบอกว่าช่วงเวลาใกล้ๆ งานประชุมเสนองานเท่าไหร่ ก็ยิ่งต้องเร่งทำงานที่คาดว่าจะนำไปเสนอให้เสร็จ หรือตรวจสอบความถูกต้องให้เรียบร้อย พูดง่ายๆ ก็คือ ถ้าไม่มีเส้นตายก็จะทำงานเฉื่อยๆ กัน ถ้ามีงานพวกนี้มาเร่งรัดมากระตุ้น งานก็จะก้าวหน้า DEADLINE!!!!!
-
เมื่อลงทะเบียนเสร็จส่วนใหญ่ได้หนังสือบทคัดย่อของงานวิจัยที่ได้รับการนำเสนอในการประชุมแต่ละครั้ง ทั้งแบบเสนอแบบโปสเตอร์และแบบนำเสนอในที่ประชุมย่อย เอกสารกำหนดการ โบรชัวร์ข่าวสารการประชุมอื่นๆ หนังสือเชิญเข้าร่วมสัมมนาพิเศษ Workshop บัตรประจำตัว ฯลฯ และที่ขาดไม่ได้คือ กระเป๋าเก็บเอกสารซึ่งสมัยนี้เป็นถุงผ้าลดโลกร้อน (ตามสมัยนิยม)
ทางซ้ายคือเอกสารและของที่ได้จากงาน SPC2009, ANSCSE13th และสามภาพล่างคือของของแถมจากงาน STT34 เมื่อตุลาคมปีที่แล้ว
-
ฟังบรรยายพิเศษจากผู้ทรงคุณวุฒิ หรือแขกรับเชิญในการบรรยายพิเศษในพิธีเปิด โดยทั่วไปหัวข้อที่พูดจะเป็นหัวข้อที่เป็นปัจจุบัน ทันสมัย และเป็นเนื้อหาแบบทั่วๆ ไป ไม่ลงลึกในระดับวิชาที่ศึกษาลงลึกมาก หรือเป็นความรู้ใหม่ๆ เช่นในงาน SPC2009 แขกรับเชิญพูดถึงงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการแก้ปัญหาโลกร้อน[edit มาแก้จาก "โรค"] ส่วนในงาน ANSCE13 ที่ ม.เกษตร แขกรับเชิญจากญี่ปุ่นท่านหนึ่งพูดถึงการเขียนโปรแกรมควบคุมให้ Graphic Processor Unit หรือหน่วยประมวลผลภาพของคอมพิวเตอร์ มาคำนวณผลแทน ซึ่งแต่ก่อนเราใช้เฉพาะ CPU ในการคำนวณเชิงตัวเลขหรือการจำลองด้วยคอมพิวเตอร์ แต่คราวนี้หากใช้ GPU จะมีประสิทธิภาพสูงกว่า CPU เป็นอย่างมาก ก็นับว่าเป็นที่สิ่งที่น่าสนใจเป็นอย่างมากครับ
-
ฟังการเสนอผลงานจากนักวิจัยคนอื่นๆ และที่ขาดไม่ได้คือการเสนอผลงานแต่ละหมวดความรู้ย่อยครับ เรียกว่า Session ถ้าเป็นประชุมของฟิสิกส์จะมีแยกเป็น Material Physics, Computational Physics, Astrophysics, Electronics, ฯลฯ หรือถ้าเป็นงานประชุมเชิงวิทย์คำนวณด้วยคอมพิวเตอร์อย่าง ANSCSE ก็จะเป็น Computational Chemistry, Computational Physics, Engineering, Computing Network เป็นต้น การฟังการนำเสนองานของคนอื่นๆ มีข้อดีที่เป็นการ “ปรับปรุงความรู้ของเราให้ทันสมัยยิ่งขึ้น” ดีกว่าการฟังเฉพาะคนในกลุ่มตัวเอง ฟังเสร็จก็หาเรื่องกลับ ไม่อยู่ฟังคนอื่นต่อจนจบ Session (แบบนี้ไม่ดีนะ)
-
เกิดแนวคิดใหม่และสร้างความร่วมมือระหว่างนักวิจัย จากข้อ 3 และ 4 จะเห็นว่าสิ่งที่เราฟังมา หากเป็นแนวคิดใหม่ๆ จะเป็นประโยชน์ต่องานวิจัยของเราทั้งในแง่
-
เครื่องมือ เช่น บางสัมมนาเป็นการนำเสนอผลการสร้างเครื่องมือใหม่ราคาประหยัดและให้ผลดีเทียบได้กับของที่ต้องสั่งซื้อจากเมืองนอกที่มีราคาสูง ซึ่งเราสามารถไปขอใช้เครื่องมือไทยทำคุณภาพดีนั้นได้ เป็นการส่งเสริมงานระหว่างกัน เราก็ประหยัดเงิน ทางนู้นก็สามารถใช้เราช่วยพัฒนาปรับปรุงคุณภาพผลงานได้
-
บางงานเป็นการเสนอเทคนิคใหม่ที่ทรงประสิทธิภาพกว่าเดิม เช่นการใช้ GPU มาคำนวณในงานวิทยาศาสตร์แทนที่จะปล่อยให้ GPU ทำงานบันเทิงอย่างเดียว(เล่นเกม ดูหนัง) ที่สำคัญทรงประสิทธิภาพยิ่งกว่าเดิม(ปล. เกี่ยวกับประเด็น GPU นี้ผมคงไม่กล้าใช้กับ notebook ตัวเองแน่ๆ เป็นอะไรขึ้นมาแล้วแก้ไขยาก ไปลองใช้กับ Desktop ดีกว่า)
-
ส่งเสริมความร่วมมือ นอกจากนี้หากพบกับนักวิจัยที่มีแนวคิดคล้ายๆ กับงานของเรา หรือสามารถเสริมส่งกันและกันได้ หลังจากการประชุมเราสามารถติดต่อประสาน คุยกันเพื่อร่วมมือกันทำงานครับ จงลืมภาพนักวิทยาศาสตร์ที่ทำงานอยู่คนเดียวไม่สุงสิงเสวนากับสังคม หรือมีนิสัยสุดโต่ง แบบในหนังโบราณหรือละครที่ไม่สมจริงไปเสีย นักวิทยาศาสตร์ก็ต้องมีสังคม มีมนุษยสัมพันธ์ ต้องอธิบายเหตุและผลของตนเองได้อย่างชัดเจน

จริงๆ นักวิทยาศาสตร์ไม่ได้หลุดโลกขนาดนี้นะครับsource:http://commons.wikimedia.org/wiki/ File:Mad_scientist_transparent_background.svg
-
-
เป็นเวทีฝึกนำเสนอ สำหรับนักศึกษาไม่ว่า ป.ตรี โท เอก ไม่ว่าคุณจะมุ่งหวังทำงานด้านวิชาการอุตสาหกรรม หรือแวดวงธุรกิจ ก็ตาม การนำเสนอผลงานถือเป็นการฝึกความมั่นใจ ฝึกถ่ายทอดความรู้ อย่างมีหลักการและเหตุผล มีประโยชน์ต่อการทำงานในอนาคนแน่นอน
-
เข้าร่วม Workshop หรือการประชุมกลุ่มย่อย บางครั้งนอกจากการเสนอผลงานแล้ว ยังมีการอบรมพิเศษในความรู้ใหม่ๆ และการประชุมกลุ่มย่อยเพื่อแสวงหาความร่วมมือในด้านวิชาการหรือจัดประชุมวิชาการในระดับสาขาเฉพาะในโอกาสต่อไป
-
พบปะกับอาจารย์ เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ที่ไม่ได้เจอกันเสียนาน ทั้งจาก ม.เชียงใหม่, ม.นเรศวร, ม.อุบลฯ จุฬาฯ และ ม.ขอนแก่น ดีใจมากๆ
-
และท้ายที่สุดคือ หาเรื่องพักผ่อนหาเรื่องเที่ยว เว้นจากเรื่องวิชาการและงานหนักหัว มาทั้งปีแล้ว ถ้าไปประชุมต่างจังหวัดหรือใกล้ๆแหล่งท่องเที่ยวละก็นะ พอหมดประชุมก็หาเรื่องอยู่ต่อ หาที่เที่ยว ชาร์จแบตให้ตัวเองได้เลย (เน้นนะครับว่า หมดงานหมดการก่อนแล้วคอยเที่ยว ไม่ใช่ว่าตั้งงบมาโครงการไปดูงานอย่างโน้นอย่างนี้ แต่เอาเข้าจริงก็เที่ยวกันมากกว่าดูงานเสียอีก
จบงานละ ไปเที่ยวเล่นกัน… เอารูปมาฝากนิดหน่อย
เก็บหอยเก็บปูมาเล่น(มือเพื่อนโจ้ จาก FNRF มช)
บ้างก็นอนกินลมชมทะเล(แลบเดียวกันก็เผากันเองนี่แหละ)
ฟุตบอลชายหาด
แุถมอีกจาก narit.or.th
อู้มาเขียนบลอก ขออนุญาตไปเตรียมงานสำหรับเขียน Paper ต่อ
วันนี้ก็จบเท่านี้ สัปดาห์หน้าก็หยุดยาวอีกแล้ว
กลับบ้านๆๆๆๆๆๆ
ปล.รูปส่วนใหญ่อยู่ใน multiply นู่น คัดมาหมดก็ไม่ไหวเยอะเกิน
ปล.สำหรับคนที่สนใจ การคำนวณด้วย GPU มาเริ่มต้นที่นี่เลย ก็ได้ครับ http://en.wikipedia.org/wiki/GPGPU
) ก็ดันเล่นแรงกว่า cpu ซะนี่(ถ้าเกิด larrabee มันไม่ค่อยประสบความสำเร็จนะ)

เพราะตอนแรก อ่านแบบผ่าน ๆ
เข้าใจว่า
GPU = Gu (กู) Processor Unit
= ="
ดูดิ๊ บั่นทอนปัญญาสิ้นดี
ว่าแล้วก็ ...
#1 By ChimERaTeDdY on 2009-04-06 20:53