ช่วงนี้เศรษฐกิจไม่ค่อยดี ผู้คนหันหน้าเข้าหาการเรียนต่อ(เพราะกลัวตกงาน) หรือไม่ก็สมัครเป็นทหารกันเยอะ(แ่น่นอน ฟันธง)  เลย  สำหรับคนที่คิดจะเรียนต่อ มีเรื่องลึกๆ จะบอกด้วยล่ะ

 

  1. coureswork  จะยากขึ้น (แน่นอน) สำหรับสายวิทย์ก็จะหนักขึ้นมาก  ถ้าเรียนฟิสิกส์ คณิตศาสตร์ที่ใช้จะซับซ้อนยิ่งขึ้น  ถ้าเป็นทางเคมีหรือชีววิทยา  ขั้นตอนหรือเทคนิคทางเคมีและชีววิทยาก็จะยิ่งหลายขั้นตอน และต้องการทักษะที่สูงกว่าเดิม  ดังนั้นก่อนสอบหรือเตรียมตัวเรียน ควรเตรียมให้พร้อมทั้ง  "กำลังความรู้"  "กำลังทักษะ" และ "กำลังทรัพย์"     
  2. ควรเลือกสถานที่เรียนจาก "กลุ่มวิจัย" หรือ "อาจารย์ที่ปรึกษา" ที่มีผลงานและหัวข้อวิจัยที่ดี อาจารย์ดีๆ อาจจะอยู่ในมหาวิทยาลัยที่ภาพลักษณ์โดยรวมไม่เด่นดังก็ได้ พูดง่ายๆ คือ เราจะมัวสนแต่ "ชื่อ" มหาวิทยาลัยไม่ได้ ต้องพิจารณาลงลึกถึงระดับ  "ภาควิชา"  "หัวข้อวิจัย"  หรือ "อาจารย์" กันเลยทีเดียว
  3. นักศึกษาโทเอก ไม่ได้เรียนอย่างเดียว เพราะเราจะได้รับมอบภาระอย่างการเป็นผู้ช่วยสอน ทั้งแบบเป็นติวเตอร์หรือตรวจการบ้านหรือคุมคาบปฏิบัติการณ์  งานเหล่านี้เราได้ "ทุนการศึกษา" ด้วยครับ  ประสอบการณ์เหล่านี้จะช่วยเราได้ดีเมื่อจบออกไปปฏิับัติงานในสายวิชาการ
  4. นักศึกษาโทเอก นั้นแท้จริง "ไม่มีวันหยุด"   ย้ำว่าแท้จริงเหมือนไม่มีวันหยุด เพราะอาจต้องทำ Lab ทุกวัน  มามหาวิทยาลัยทุกวัน  ไม่เว้นวันหยุดราชการ (ไม่งั้นก็ทำไม่ทันจริงไหม) บางคนบางช่วงเวลาอาจจะต้องค้างคืนที่ห้องแลบ
  5. นักศึกษาโทเอกไ่ม่จำเป็นต้องวิเศษ ไม่จำเป็นต้องเป็นอัจฉริยะ มาจากไหน  สิ่งสำคัญคือต้อง "ขยัน" และ "ใฝ่รู้"  คนที่จบปริญญาตรีด้วยเกรด 2.50 ก็สามารถเรียนจนจบเอกได้เช่นกันครับ
  6. การเรียนโทเอก ก็มีสภาพเหมือนกับ "ทำงาน" ครับ แต่หลายคนจะเข้าใจผิดว่ามันเหมือนเด็กโข่ง เรียนไม่จบสักที     เพราะรายได้คือ ทุนจากการช่วยสอน ช่วยวิจัย(งานหลัก)   เพียงแต่เงินจะมากหรือน้อยก็แล้วแต่มหาวิทยาลัย และทุนการศึกษาครับ
  7. ระหว่างเรียน โท หรือ เอก คุณสามารถ "แต่งงาน" ได้ (จะบอกทำไมนี่) 
  8. โดยส่วนใหญ่  คนจบโทในไทย ถ้าไม่ต่อนอก ก็จะสมัครเป็นอาจารย์ก่อนแล้วค่อยลาศึกษาต่อเอกทีหลัง ทั้งแบบในและต่างประเทศ  นอกจากได้ทุนสนับสนุนต่อเนื่องจริงๆ
  9. สายวิทย์ไม่ค่อยไม่ปัญหาเรื่องนักศึกษาไม่ทำวิทยานิพนธ์เพราะมัวแต่ลาไปทำงาน ทำให้จบช้า เพราะนั่นเป็นปัญหาของสายสังคม รัฐศาสตร์ บริหารธุรกิจ  ศึกษาศาสตร์มากกว่า ฯลฯ  เนื่องจากคุณจะโดนอาจารย์ตามจิกตามถาม
  10. การทำวิทยานิพนธ์ทำให้ นักศึกษาโทเอก ต้องใกล้ชิดกับอาจารย์ที่ปรึกษามากกว่า ป.ตรี รวมทั้งเพื่อนร่วมแลบฯ  ดังนั้น ย่อมมีปัญหาความเข้าใจหรือนิสัยส่วนตัวของมนุษย์ที่ย่อมมีดีบ้างเสียบ้าง  เราอาจจะทำร้ายคนอื่น หรือถูกคนอื่นทำร้ายโดยไม่ตั้งใจ  สำคัญคือต้องอดทนและคิดเสมอว่า "ช่างเถอะ" เหนือสิ่งอื่นใด จริงใจต่อกันเข้าไว้ดีที่สุด
จบแค่นี้ ละครับ นานๆ กลับมาเขียนที สามวันรวดเลย

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

แล้วคนที่ใกล้จะจบโท จะเรียนต่อเอกดีไหมอ่าคะ
แบบว่าสับสนในชีวิตอยู่อ่ะค่ะ - -'

#1 By Lovelyjay on 2009-02-22 21:00

ถ้าคาดว่าตอนนี้ "ยังไม่มีงานทำแน่ๆ" เช่น พวกตำแหน่งในมหาวิทยาลัย หรือสถาบันวิจัย ฯลฯ

ก็คงต้องหาที่เรียนต่อดีกว่า
ทั้งนี้และทั้งนั้น ปัญหาอยู่ที่เงินทุน ว่ามีเงินเก็บพอหรือเปล่า?
และเรียนที่ไหน แลบไหน มีทุนสนับสนุนบ้าง

ถ้าจะอยู่แลบเดิมต่อก็ได้ คาดว่า FNRF ของฟิสิกส์ มช.เรา น่าจะมีทุนเยอะ
หรือจะลองหาประสบการณ์ใหม่ ด้วยการย้ายไปเรียนที่อื่น
(อ.นรา ที่ฟิสิกส์ มช. เคยแนะนำพี่ว่า ปกติแล้วถ้าจบตรีหรือโท ควรเปลี่ยนไปเรียนที่อื่น เพื่อหาประสบการณ์ใหม่ๆ เปิดโลกใหม่ๆ อย่ามัวแต่เป็นลูกหม้อตรีโทเอกอยู่ที่เดิมๆ)

ทั้งนี้และทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับตัวเราเองว่าจะเลือกทางไหน
confused smile

#2 By Eddalion on 2009-02-22 21:16

ขอบคุณค่ะ

ตอนนี้กำลังคิดว่า อาจจะกลับมาเรียนที่นี่
เพราะอาจารย์ที่นี่ก็ชวนเหมือนกัน
แต่ไม่ชอบ life style ของคนที่นี่
แฮ่ๆๆ (แอบเรื่องมากอีก)

จริงๆ ก็อยากไปเรียนที่อื่นเหมือนกันค่ะ
ไปเจอคนใหม่ๆ บ้างเนอะ ที่มหิดลก็น่าสนใจอยู่เหมือนกัน

sad smile sad smile

#3 By Lovelyjay on 2009-02-22 21:30

รู้แต่ป.โท ใช้ตังค์เก็บจนหมด แต่จบมาก็ทำงานตำแหน่งเดิมไม่ได้มีประโยชน์อะไรเพิ่มเลยนอกจากไปถ่ายรูปตอนรับปริญญาแก้ตัวที่ป.ตรีรับไม่สวย cry

#4 By Lily Pixel on 2009-02-22 21:45

อาาา
เหมือนเขียนมาเพื่อตัวเองเลยค่ะ Hot!

#5 By Bluemoon on 2009-02-22 21:51

ตั้งใจว่าจะเรียนต่อโทเอกครับ(จริงๆยังไงก็ต้องต่อเพราะทุนบังคับอยู่แล้ว)
ถ้าเป็นไปได้ อยากต่อนอกครับ เพราะฟิสิกส์ในไทยไม่ค่อยรุ่งเท่าไหร่ จากที่ฟังอาจารย์และรุ่นพี่หลายๆท่านว่ามา

#6 By φείβλας on 2009-02-23 00:47

อยากต่อโทเอก แต่ขาดกำลังทรัพย์....
ทำโปรเจ็คปี4 ป.ตรี ก็ไม่มีวันหยุดเหมือนกันค่ะ
อยู่ในห้องแลป วันละราวๆ 10 กว่าชั่วโมง 7 วันต่อสัปดาห์
นรกมากๆ
กำลังจะจบ ป.ตรี คะ พี่ที่ทำงานคะยั้นคะยอให้ต่อ ป.โทแต่กลัวไม่จบค่ะ เพราะไม่เก่งภาษาอังกฤษเลย หว่าแย่จัง

#9 By Moo Duck Dick on 2009-02-23 15:16

ขอบคุณครับ
ดีมากๆ เป็นข้อมูลในการศึกษาต่อ

//แต่กับสายสังคม รู้สึกจะเน้นงานเดี่ยวมากกว่า - -"

Hot! Hot! Hot!

#11 By KC_CRUSH on 2009-02-23 15:42

ตรงใจ ใช่เลย big smile Hot!

#12 By พงคุง on 2009-02-23 15:53

big smile

#13 By iDoi* on 2009-02-23 15:59

คิดจะต่อโทเหมือนกัน

แต่เป็นออกแบบอะคะ ไม่รู้จะเป็นยังไง sad smile

#14 By chockcolate_am on 2009-02-23 16:00

กำลังจะจบตรีสายคอมพิวเตอร์ครับ
แต่คิดว่าไม่น่าต่อโทสายนี้ได้

เพราะจบแบบ งงๆ
ถึงจะเกรดกลางๆ แต่ทำงานจริงไม่เก่งเอาซะเลยครับ

- - ถ้าจะย้ายสายเวลาต่อโทมันจะลำบากหนักมั้ยครับ

#15 By Try-Me :: PoPPo on 2009-02-23 16:02

Hot!

#16 By Pond on 2009-02-23 16:12

Hot! Hot! Hot!
กำลังจะต่อโทคะ ถ้าไม่ได้คงต้องหางานทำแล้ว
ขึ้นปี 4 อ่า

ว่าจะต่อโทเหมือนกัน

เป็นความรู้ไว้เตรียมตัวก่อนเรียนโทดีครับconfused smile Hot! Hot!
ขอบคุณสำหรับข้อมูลค่ะ big smile

ตอนนี้กำลังจะต่อโทเหมือนกัน แต่ยังไม่รู้จะต่อโทสายไหนดีเลย เหอๆๆๆ

#19 By Karyou-chan on 2009-02-23 18:17

Hot! confused smile
น่าสนใจมากเลยครับ

#20 By หมอแมว on 2009-02-23 18:35

Hot! มีคำถามครับ

ทำไมเราไม่นิยมต่ิโทเอกนอกไปเลย แต่ต้องมากั๊กโทในไทยก่อนแล้วค่อยไปเมืองนอกกันล่ะครับ (อันนี้สงสัยจริงๆนะ)

#21 By on 2009-02-23 18:35

คิดจะสอบป.โทตั้งแต่ปีที่แล้วแหน่ะคะ แต่จนป่านนี้ก็ยังไม่ได้ไปสมัครสอบเลย

#22 By Paa orKant on 2009-02-23 18:38

นอกจากผู้เรียนจะขยันและใฝ่รู้ ยังต้อง "อดทนมาก" อันนี้ขอเสริม เพราะการทำวิทยานิพนธ์นี่ทรมานจริงๆ ค่ะ และเราต้องเข้าใจอาจาย์ที่ปรึกษาด้วยค่ะ เข้าใจในที่นี้คือ ต้องคุยกันรู้เรื่อง เพราะมันมีผลต่อทิศทางในการทำงานวิจัยของเราน่ะค่ะ จากประสบการณ์ที่ผ่านมา อาจารย์คือตัวแปรสำคัญอีกหนึ่งที่จะตัดสินว่าเราจะจบหรือไม่ ถ้ามีปัญหากับอาจารย์อุปสรรคจะเกิดทันที แต่จริง ๆ จะบอกว่า ถ้าเราชอบ เรารัก เราอยากค้นหาคำตอบ เราอยากทำวิจัย ก็เรียนเถอะค่ะ คุ้มค่าbig smile

#23 By sanook is me on 2009-02-23 19:07

คงเรียนหนักมากๆน่าดูเลย

#24 By ลิงหกกะล้ม on 2009-02-23 19:11

ข้อ 4 นี่จริงแท้แน่นอนค่ะ ไม่มีคำว่า "ปิดเทอม" อีกแล้วสำหรับนิสิตนักศึกษาระดับปริญญาโทและเอก

/me นั่งมองพวกน้องๆได้หยุดสบายใจเฉิบ แต่พวกเรายังต้องปั่นงานกับไปมหาลัยบ่อยซะยิ่งกว่าเข้าเซเว่นหาของกิน
ผมกำลังรอผลเรียนโทเหมือนกัน

จะตั้งใจเรียนกว่า ป ตรี ที่เรียนๆ โดดๆ 55
นักศึกษาโทเอก นั้นแท้จริง "ไม่มีวันหยุด" <<ตอนนี้เรียนตรีปีท้ายๆก็ไม่มีค่ะ sad smile ฮะฮะ

อยากเรียนโทไม่ตรงสาขาที่จบ .. คิดอะไรลำบากซะแล้วสิ sad smile

#27 By FureN on 2009-02-23 19:27

ดีใจจัง
เจอพี่ป.เอกที่มหิดลด้วย

#28 By Naruta_noo_mu on 2009-02-23 20:16

หลายคนอยากเรียนเพราะจะได้ก้าวหน้าในหน้าที่การงาน แต่บางคนเรียนก็เหมือนไม่ได้เรียน sad smile (ว่าตัวเองอยู่555)Hot!

#29 By Slowday on 2009-02-23 21:06

อุ๊ยยยยยยยยย

ขอบคุณค่ะ

คนใกล้ตัวกำลังตัดสินใจเรียนโท

เรื่องนี้อาจช่วยเขาได้

#30 By frogchocolate on 2009-02-23 21:07

กำลังคิดเอาไว้ว่าจะต่อ ..

พี่อยู่คณะวิทย์ มหิดลหรอคะ

พี่เรียนอะไรอยู่คะ

คือ เรียนป.ตรี ปีหนึ่ง คณะวิทย์มหิดลอยู่อ่ะค่ะพี่

#31 By antzzer on 2009-02-23 21:14

ดีค่ะ
กำลังคิดจะเรียนเลย

#32 By i' FY on 2009-02-23 21:42

Hot! Hot! Hot!

#33 By Fonn || AR51 on 2009-02-23 22:07

Hot! ชอบๆ

#34 By tide,the seeker on 2009-02-23 22:32

ตอบ 8 27 ใช่แล้วครับ ช่วงชีวิตที่ำทำโปรเจตของ ป,ตรี ปีสี่ ก็แบบนั้นเหมือนกัน แต่สำหรับโท-เอกทีต้องทำวิทยานิพนธ์ จะหนักกว่าเดิมเพราะไม่ใช่แค่ทำวิจัย ไหนจะเป็นผุ้ช่วยสอน ตรวจข้อสอบ ออกข้อสอบ ตรวจการบ้าน หาลำไพ่เสริมอีก

ส่วนที่ว่าทำไมเราชอบกั๊กมาเรียนโทก่อน
ผมมองว่า บางคนต้องการ "ตำแหน่ง" เอาไว้ก่อน เพื่อขอทุนศึกษาต่อได้ง่ายๆ ช่วยที่ลาศึกษาต่อไม่ว่านอกหรือใน ก็จะได้เงินเดือนใช้ด้วยอีกต่างหาก(เพียงแต่จะไม่ได้เลื่อนขั้นเท่านั้น)

บางคนก็สมัครโทเอาสถานะนักศึกษาไว้ แล้วสอบชิงทุนหรือขอทุนไปต่างประเทศแบบนี้ก็มีครับ

สำหรับสาขาอื่นผมไม่ทราบ แต่สำหรับฟิิสิกส์ ปริญญาโทไม่ค่อยมีความหมายครับ ในอเมริกาจะเรียนโทควบเอกไปเลย ถ้าใครสอบ "วัดคุณสมบัติปริญญาเอกไม่ผ่าน" ก็จะได้วุฒิ ป.โทไป ซึ่งต่างกับฝั่งอังกฤษที่บางทีปริญญาโทก็เรียนเพิ่มอีกหนึ่งปีก็ได้แล้ว ส่วนเยอรมันจบออกมาก็เทียบเท่า ป.โท ครับ
อาจารย์ของผมที่จบจากอเมริกาท่านยังคิดว่า การแบ่งเป็นระดับตรี-โท-เอก นี่มันก็ดีตรงที่ เรายังสามารถหาประสบการณ์จากโทเป็นงานวิจัยแบบหนึ่ง แ้ล้วพอจะเรียนเอกก็เปลี่ยนสายได้(ในแนวที่ใกล้เคียงกัน)surprised smile

ส่วนการกั๊กเรียนโทในไทย แล้วไปต่อโทเมืองนอกนั้น เพราะทางต่างประเทศเค้าไม่ค่อยรับรองระบบโทเท่าไหร่ครับ คนจะนิยมจบตรีหรือโท(บางประเทศ) แล้วมาเอกเลย โทมันครึ่งๆ กลางๆ เกินไป แต่มันดีตรงที่ นักเรียนไทยที่ไปซ้ำโทอีกทีพื้นฐานจะแน่นขึ้น

#35 By Eddalion on 2009-02-23 22:52

เรียนโทนี่ต้องขยันจริงๆค่ะ ยิ่งเรียนสายวิทยาศาสตร์ด้วยแล้วแลปคือบ้านหลังที่สองเลยอ่ะ ทำแลปทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการ ต้องขยันและอดทนกันสุดๆ ;)

#36 By หมีขี้อิจฉา on 2009-02-23 22:55

ผมอยู่ ป.เอก ปีสี่ ฟิสิกส์ คณะวิทยาศาสตร์ ม.มหิดล นะ
กำลังเร่งงานตีพิมพ์อยู่ (ทุน พสวท ก็จะหมดแล้วด้วย)


จริงๆ คนที่เรียนในไทยก็ไม่ต้องน้อยเนื้อต่ำใจหรอกนะ เดี๋ยวนี้มีโปรแกรมพิเศษ ความร่วมมือร่วม ระหว่างมหาวิทยาลัยในไทยกับต่างประเทศ เช่น เรียนในไทย แล้วไปทำวิจัยต่างประเทศ กลับมาเขียนวิทยานิพนธ์ในไทย (เราก็จะได้ประสบการณ์การทำวิจัยในต่างประเทศเช่นกัน)
ตัวอย่าง ทุนกาญจนาภิเษก ทุนพสวท ก็มีงบให้ไปทำในวิจัยต่างประเทศ หลักสูตร Sandwich ของมหาวิทยาลัย
ที่ มหิดล นี่ก็มีเพื่อนผมและผมที่ไปอเมริกา ไปไต้หวัน ที่ มช. บางคนก็ได้ไปสวีเดน ก็มี

#37 By Eddalion on 2009-02-23 22:58

ปล. มีทริคสำหรับ "สร้างวันปิดเทอมด้วยตัวเองครับ"


ก็พวกเทศกาลที่คนเขาไปเที่ยวกลับบ้านกันนี่แหละครับ
ปีใหม่ สงกรานต์ โอกาสดีขอลาอาจารย์กลับบ้าน
ไปชาร์จแบตให้พร้อม!!!

#38 By Eddalion on 2009-02-23 23:04

สุดท้ายบางทีก็ต้องมองล่ะนะครับ ว่าเราเอา ป.โท ป.เอก ไปใช้ทำอะไร

แต่แถวนี้เล็งต่อตรีใบ 2 ครับ แหะๆ ^ ^"

#39 By nora on 2009-02-23 23:29

เ็ห็นด้วยกับ 39 ครับ
ส่วนใหญ่คนจบเอกยังไงก็ต้องมุ่งไปสายวิชาการ สอนหนังสือ เป็นนักวิจัย ถึงจะเหมาะครับ เพราะถูกฝึกให้ "สร้างความรู้ใหม่"

แต่สำหรับโทนั้นถือเป็นการได้ฝึกฝน "ทักษะพิเศษ" เพิ่มเติมไว้ต่อยอดในวิชาชีพ

ปัญหาอยู่ที่เราครับว่าจะ "เลือก" ไปในแนวทางไหน ไม่ถูกไม่ผิดครับ

#40 By Eddalion on 2009-02-23 23:51

^^ ขอบคุณคะ กำลังหาข้อมูลอยู่พอดี

#41 By Caramel หวาน on 2009-02-24 00:05

ชอบๆ ข้อ 7 55555

#42 By Minpanda on 2009-02-24 00:35

เพิ่มให้อีกข้อค่ะ
11. ใช้หัวคิด+เขียน+อ่าน ไม่ใช่ลอกมาคิด+เขียน+อ่าน

#43 By SweetPuff on 2009-02-24 01:19

แอบเพิ่มเติมจากประสบการณ์ของฉันค่ะว่า ถ้าเรียนโทละก็ วิธีการศึกษาจะเน้นการ Focus ลงไปในเรื่องบางเรื่องมากขึ้น เข้มข้นขึ้นกว่าตอนเรียนตรีด้วยค่ะ สมมติว่าตอนเรียนตรี เราเรียนกว้างๆเพื่อครอบคลุมเนื้อหาสำคัญที่จำเป็นทั้งหมด แต่การวิจัยในปริญญาโทนั้น ยิ่ง Focus ยิ่งดี เวลาเขียน dissertationa แบบกว้างๆ จะทำให้แนวทางการศึกษาของเราเปะปะ แล้วก็ไม่ได้ลงลึกมากพอด้วยละค่ะ เนื้อหาของงานก็จะไม่มีน้ำหนัก ไม่มีประเด็นมากพอ

Hot!

#44 By Rinna ♥ on 2009-02-24 02:16

dissertation * แก้คำผิด แหะๆ

#45 By Rinna ♥ on 2009-02-24 02:17

ผมก็กะจะต่อเหมือนกันครับ แต่ยังอยู่ปีสองป.ตรีอยู่ อิอิ

#46 By CoQuE on 2009-02-24 04:02

ความม.หัศ.จรรย์ ของ B i o s p r a y หลัง.การใ.ช้

ปัญ.หา การ.นอน.หลับ /ผิว.พรรณ /ริ้ว.รอย/ไม.เกรน/ไข.ข้อ
สมรรถ.ภาพ /ระ บบ.เผา.ผลาญ โรค.กระ.เพาะ/ผม.หงอก/ผม.ร่วง
แผล.เป็น/เหน็บ.ชา/เบา.หวา น/ควา มฺ.ดัน/ภูม.แพ้/หอบ.หืด

อาการ.เหล่า.นี้.รู้.สึก.ดี.ขึ้น.จาก.ประ.สบ.การณ์.ของ.ผู้.ใช้.จริงๆ
นอน/หลับ/ลึก/ขึ้น ขับ.ถ่าย.ทุก.วัน สุข.ภาพ.ดี.ขึ้น.มาก
คืน.ความ.เป็น.หนุ่ม.สาว.เยาว์.วัย.ทั้ง.สุข.ภาพ.และ.ร่าง.กาย
เพิ่มเติมที่ p1.fr/i9un

#47 By (58.8.170.133) on 2009-02-24 09:56

อ่านแล้วมันโดนใจตามประสาคนที่เรียนอยู่เหมือนกัน

#48 By varu on 2009-02-24 11:34

big smile big smile Hot!

#49 By (^_^)/nana on 2009-02-24 12:04

โดนใจโดยแรงฮับ
ตอนนี้กำลังเหนื่อยเลยทีเดียว

#50 By DDP on 2009-02-24 20:07