ช่วงนี้เศรษฐกิจไม่ค่อยดี ผู้คนหันหน้าเข้าหาการเรียนต่อ(เพราะกลัวตกงาน) หรือไม่ก็สมัครเป็นทหารกันเยอะ(แ่น่นอน ฟันธง)  เลย  สำหรับคนที่คิดจะเรียนต่อ มีเรื่องลึกๆ จะบอกด้วยล่ะ

 

  1. coureswork  จะยากขึ้น (แน่นอน) สำหรับสายวิทย์ก็จะหนักขึ้นมาก  ถ้าเรียนฟิสิกส์ คณิตศาสตร์ที่ใช้จะซับซ้อนยิ่งขึ้น  ถ้าเป็นทางเคมีหรือชีววิทยา  ขั้นตอนหรือเทคนิคทางเคมีและชีววิทยาก็จะยิ่งหลายขั้นตอน และต้องการทักษะที่สูงกว่าเดิม  ดังนั้นก่อนสอบหรือเตรียมตัวเรียน ควรเตรียมให้พร้อมทั้ง  "กำลังความรู้"  "กำลังทักษะ" และ "กำลังทรัพย์"     
  2. ควรเลือกสถานที่เรียนจาก "กลุ่มวิจัย" หรือ "อาจารย์ที่ปรึกษา" ที่มีผลงานและหัวข้อวิจัยที่ดี อาจารย์ดีๆ อาจจะอยู่ในมหาวิทยาลัยที่ภาพลักษณ์โดยรวมไม่เด่นดังก็ได้ พูดง่ายๆ คือ เราจะมัวสนแต่ "ชื่อ" มหาวิทยาลัยไม่ได้ ต้องพิจารณาลงลึกถึงระดับ  "ภาควิชา"  "หัวข้อวิจัย"  หรือ "อาจารย์" กันเลยทีเดียว
  3. นักศึกษาโทเอก ไม่ได้เรียนอย่างเดียว เพราะเราจะได้รับมอบภาระอย่างการเป็นผู้ช่วยสอน ทั้งแบบเป็นติวเตอร์หรือตรวจการบ้านหรือคุมคาบปฏิบัติการณ์  งานเหล่านี้เราได้ "ทุนการศึกษา" ด้วยครับ  ประสอบการณ์เหล่านี้จะช่วยเราได้ดีเมื่อจบออกไปปฏิับัติงานในสายวิชาการ
  4. นักศึกษาโทเอก นั้นแท้จริง "ไม่มีวันหยุด"   ย้ำว่าแท้จริงเหมือนไม่มีวันหยุด เพราะอาจต้องทำ Lab ทุกวัน  มามหาวิทยาลัยทุกวัน  ไม่เว้นวันหยุดราชการ (ไม่งั้นก็ทำไม่ทันจริงไหม) บางคนบางช่วงเวลาอาจจะต้องค้างคืนที่ห้องแลบ
  5. นักศึกษาโทเอกไ่ม่จำเป็นต้องวิเศษ ไม่จำเป็นต้องเป็นอัจฉริยะ มาจากไหน  สิ่งสำคัญคือต้อง "ขยัน" และ "ใฝ่รู้"  คนที่จบปริญญาตรีด้วยเกรด 2.50 ก็สามารถเรียนจนจบเอกได้เช่นกันครับ
  6. การเรียนโทเอก ก็มีสภาพเหมือนกับ "ทำงาน" ครับ แต่หลายคนจะเข้าใจผิดว่ามันเหมือนเด็กโข่ง เรียนไม่จบสักที     เพราะรายได้คือ ทุนจากการช่วยสอน ช่วยวิจัย(งานหลัก)   เพียงแต่เงินจะมากหรือน้อยก็แล้วแต่มหาวิทยาลัย และทุนการศึกษาครับ
  7. ระหว่างเรียน โท หรือ เอก คุณสามารถ "แต่งงาน" ได้ (จะบอกทำไมนี่) 
  8. โดยส่วนใหญ่  คนจบโทในไทย ถ้าไม่ต่อนอก ก็จะสมัครเป็นอาจารย์ก่อนแล้วค่อยลาศึกษาต่อเอกทีหลัง ทั้งแบบในและต่างประเทศ  นอกจากได้ทุนสนับสนุนต่อเนื่องจริงๆ
  9. สายวิทย์ไม่ค่อยไม่ปัญหาเรื่องนักศึกษาไม่ทำวิทยานิพนธ์เพราะมัวแต่ลาไปทำงาน ทำให้จบช้า เพราะนั่นเป็นปัญหาของสายสังคม รัฐศาสตร์ บริหารธุรกิจ  ศึกษาศาสตร์มากกว่า ฯลฯ  เนื่องจากคุณจะโดนอาจารย์ตามจิกตามถาม
  10. การทำวิทยานิพนธ์ทำให้ นักศึกษาโทเอก ต้องใกล้ชิดกับอาจารย์ที่ปรึกษามากกว่า ป.ตรี รวมทั้งเพื่อนร่วมแลบฯ  ดังนั้น ย่อมมีปัญหาความเข้าใจหรือนิสัยส่วนตัวของมนุษย์ที่ย่อมมีดีบ้างเสียบ้าง  เราอาจจะทำร้ายคนอื่น หรือถูกคนอื่นทำร้ายโดยไม่ตั้งใจ  สำคัญคือต้องอดทนและคิดเสมอว่า "ช่างเถอะ" เหนือสิ่งอื่นใด จริงใจต่อกันเข้าไว้ดีที่สุด
จบแค่นี้ ละครับ นานๆ กลับมาเขียนที สามวันรวดเลย

Comment

Comment:

Tweet

#82 By (1.46.73.219|1.46.73.219) on 2015-08-30 09:20

จบ ฟิสิกส์เพียวมา หางานยาก ไม่รู้จะทำงานอะไร เรยคิดจะต่อโท แต่ยังตัดสินใจไม่ได้ว่าต่อของประยุกต์ หรือ เพียวดีค่ะ

#81 By (223.207.248.71|223.207.248.71) on 2015-06-04 10:44

จบ ฟิสิกส์เพียวมา หางานยาก ไม่รู้จะทำงานอะไร เรยคิดจะต่อโท แต่ยังตัดสินใจไม่ได้ว่าต่อของประยุกต์ หรือ เพียวดีค่ะ

#80 By (223.207.248.71|223.207.248.71) on 2015-06-04 10:44

Your posting really <a href="http://duidwizjouw.com">stteaghrined</a> me out. Thanks!

#79 By v1mTudXi7Ka (178.33.20.120) on 2013-07-27 11:30

You have shed a ray of suihnsne into the forum. Thanks!

#78 By Zurl2d6Bov (94.23.238.222) on 2013-07-26 14:28

Articles like these put the consumer in the driver seat-very imtnpraot.

#77 By ibVnkMY2MkFY (94.23.238.222) on 2013-07-25 03:31

This is what we need - an insight to make <a href="http://txbazkqgpdt.com">evyonree</a> think

#76 By LJr7cLsKsx3D (127.0.0.1, 147.231.18.205) on 2013-07-24 23:56

Alrmazaam-infoakation found, problem solved, thanks!

#75 By ktHyhtbjaT (80.171.32.44) on 2013-07-24 06:47

[url]piawjang[/ur

เรียนจบการตลาดมาอยากทราบว่าจะเรียนต่อโทสาขาไหนต่อดีค่ะ และต้องเตียมตัวอย่างไรค่ะ แล้วเรียนต่อโทที่ไหนดีค่ะแนะนำหน่อย อยากเรียนต่อแต่ไม่มีข้อมูล และกำลังสับสนกับตัวเองว่าจะเรียนต่อดีไหม่รึไม่เรียนดีหรือจะเรียนจบ ป. ตรี แล้วไปเรียนภาษาต่อก็พอ ยังไงช่วยแนะนำหน่อยนะค่ะembarrassed

#74 By ดาริณี เกษสม (182.53.207.199) on 2012-04-05 10:10

อาจารย์ที่ปรึกษามีผลมากกับการเรียน โท อีกอย่างนึงเรียนโทสายวิทย์ ก็ต้องเรียนเต็มเวลา ทำงานไปด้วยก็ไม่ได้ ทุนก็ไม่มี เงินก็ไม่มี ต้องเกาะพ่อแม่กิน เบื่อมาก เราก็ไม่ได้เกียรตินิยมซะด้วยสิ โอกาสจะได้ทุนก็น้อย มาเรียนโทก็หวังว่าชีวิตจะดีขึ้น ตรงกันข้าม ตั้งใจทำทุกอย่างแล้วอย่างดีที่สุด แลปไม่ออกอาจรย์ก็ด่าอย่างเดียว เป็นที่ปรึกษาหารืออะไรก็ไม่ได้ จบไม่ได้สักที น่าเบื่อมากๆ เรียนมา สี่ปีแล้ว อาจารย์ยังไม่ให้จบสักทีให้ทำนุ่น นี่ ต่อ เหมือนหลอกใช้ ยังไงก็ไม่รู้ เบื่อชีวิตจริงๆ ถ้ารู้ว่ามันเลวร้ายอย่างนี้ไม่เรียนดีกว่า ทำดีที่สุดแล้วจริงๆ เหนื่อย ไม่มีความยุติธรรมกับเราเลยจริงๆ

#73 By อยากระบาย เหนื่อย (202.28.182.5) on 2011-02-12 16:03

it's good to see this information in your post, i was looking the same but there was not any proper resource, thanx now i have the link which i was looking for my research.

#72 By UK Dissertation (116.71.6.253) on 2011-02-09 23:53

โดนใจมาก เป็นแบบนี้ทุกกระเบียดนิ้วเลย คิดถึง advisor จริงๆเลยที่ทำให้ผมจบมาได้

#71 By ถูกใจ (202.28.45.1) on 2010-12-15 14:12

Excellent & remarkable post!
I have been visiting various blogs for my Dissertation writing research. I have found your blog to be quite useful. Keep updating your blog with valuable information....... Regards

#70 By Dissertation writing (119.157.186.193) on 2010-09-29 18:19

Hot! Hot! Hot!
โอ... เป็นประโยชน์มากเลยล่ะค่ะ
ได้แง่คิดมากค่ะ

#67 By เรียนต่อต่างประเทศ (124.120.118.77) on 2009-11-26 16:16

ขอบคุณมากนะ

#66 By ice (67.235.174.159) on 2009-08-19 07:47

โอ๊ะ ... ลืมให้ดาวครับ Hot! Hot! Hot!

#65 By Djehuti on 2009-03-15 14:51

ชอบข้อ 7 จัง
มาอ่านแต่ไม่ทันแล่ว ... จะขึ้นปี 2 ป.โทแล้วนิ confused smile

#64 By Djehuti on 2009-03-15 14:50

ฮิ้วว ก้าวขาเข้าไปแล้วครึ่งนึง+ถอยกลับไม่ได้แล้วเจ้าค่ะ open-mounthed smile
ชอบข้อ 2 เด้อ พี่ที่เรียนอยู่ก่อนเ้ค้าก็บอกมาเยี่ยงนี้เหมือนกัน
แท้จริงไม่มีวันหยุด --> orz รับทราบเจ้าค่ะ เอาเถิด เพื่อนๆขึ้นวอร์ดกันก็ไม่มีวันหยุดเหมือนกันล่ะน่า (ปลอบใจตัวเอง..)

"ขยัน" "ใฝ่รู้" และ "ช่างมันเถอะ" สินะคะ

#63 By xi on 2009-03-14 22:48

กำลังคิดอยู่ๆเลยว่าจบตรี

แล้วจาเรียนต่อ หรือ ทำงานเลย

อ่านแล้วทำให้เข้ใจชีวิตการเรียนต่อมากขึ้น

sad smile

#62 By FiilmZz on 2009-02-26 16:34

ขอบคุณค่ะ มีประโยชน์มากเลย
กำลังจะเรียนต่อพอดีเลย

#61 By TaMaO on 2009-02-25 15:27

กำลังจะต่อโทอยู่พอดี เป็นประโยชน์มากครับ
ขอบคุณครับ

#60 By pamOnz on 2009-02-25 14:27

ชอบคอนเทนต์มาก คอนำไปลงเป็น Favorite หน่อยนะ ว่างๆก็มาเยี่ยมบล็อกเรามั่งนะ http://blovely.exteen.com/

#59 By Heaven's walk on 2009-02-25 13:48

คือจบโท ทางอักษรศาสตร์ค่ะ ...

จากประสบการณ์ อยากบอกว่า ระยะเวลาการเรียนจบ อาจจะไม่ได้ขึ้นกันความ "ขยัน" ของผู้เรียน มันจะขึ้นกับอาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์มากกว่า มีอาจารย์ที่ปรึกษาดี มีชัยไปกว่าครึ่ง ... ดีในที่นี้หมายถึง สามารถพูดคุยได้อย่างเป็นกันเอง ถูกคอ เข้าอะไรตรงกัน และอาจารย์ไม่มีภาระงานเยอะเกินไป ...

ต้องขอบอกว่าการเรียนโท นอกจากได้ความรู้แล้วยังได้ความอดทน ในเรื่องต่าง ๆ อย่างมากมาย

ส่วนควรจะเรียนต่อเอกรึเปล่า...คืออย่างเราจบตรีแล้วต่อโทเลย ตอนเรียนโท(เรียนโทคนละสาขาที่จบตรีมา)รู้สึกว่าประสบการณ์ในการทำงานสำคัญมากกับการเรียน การทำวิทยานิพนธ์ ดังนั้น ... พอจบโทเลยหางานทำ ...ตอนนี้ก็ได้งานที่มั่นคงแล้ว ถามว่าเรียนต่อเอกมั๊ย ...น่าจะดูว่ามีผลกับการทำงานหรือไม่ ถ้าทำงานสายอาจารย์ นักวิชา ควรอย่างยิ่งที่จะต่อป.เอกค่ะ ...

big smile

#57 By m on 2009-02-25 09:23

ชอบข้อ 3 ค่ะ เพราะว่าถ้ามีทุนก็ไม่ต้องรบกวนพ่อแม่ แล้วก็ได้ไปสอนเด็กๆ ทำให้พื้นฐานเราแน่นขึ้นด้วยค่ะ ^^ บางเรื่องที่ตอนเรียนตรีไม่เข้าใจ พอมาเป็นผู้ช่วยสอนแล้วเข้าใจขึ้นมาเลยก็มีค่ะ เหอๆ

#56 By ++ ด.ญ. เอ๋อี้ ++ on 2009-02-25 08:21

ลืม ๆ Hot!

#55 By pisces on 2009-02-25 00:14

ข้อ 6
ถูกทีเดียวครับ โดนญาติพี่น้องถามประจำว่าทำงานอะไร ส่วนมากจะตอบว่าเรียนอยู่ เขาก็จะัมองเราว่าเป็นเด็กโข่งนั่นแล ทั้งที่เราก็มีงานทั้งช่วยสอน ช่วยวิจัย ช่วยวิทยากร ช่วยเขียนตำรา (ถึงไม่จบซะทีเพราะธีสิสตัวเองไม่เดิน - -")

ข้อ 9 นี่โดนมาก
ถูกอีกครับ อ.สายสังคมไม่ค่อยจิกนศ. แม้จะทำงานด้วยกันกับที่ปรึกษา อย่างมากแกก็จะบอกว่า "ธีสิสมีปัญหาอะไรก็ถามได้เลยนะ"

#54 By pisces on 2009-02-25 00:14

เรื่องโทรแผน ก แผน ข ผมไม่ค่อยทราบว่าจะเหมือนกันหรือเปล่านะ

ตามความเข้าใจคือ จะมีอยู่แผนหนึ่งที่เรียน course work เยอะ แล้ว วิทยานิพนธ์ อยู่ที่ 12-15 หน่วย

อีกแบบคือ course work น้อย แต่วิทยานิพนธ์เรียน 20-30 หน่วย

คงต้องพิจารณาคุณสมบัติที่รับสมัครของแต่ละมหาวิทยาัลัยครับ
บางคนเรียนแบบ course work น้อย ใน ป.โท อาจจะสมัครสอบได้ แต่ต้องมาเรียน course work เพิ่มเอาเองในระดับปริญญาเอกครับ

สรุปว่าแล้วแต่มหาวิทยาลัยครับ

สมัครเข้าโทหรือเอก ก็คือระบบรับตรง(admission) ดีๆ นี่เอง ต้องตามข้อมูล ต้องหาข้อมูลกันเยอะหน่อย เพราะแต่ละที่ก็มีกำหนดกฎเกณฑ์ไม่เหมือนกันdouble wink

#53 By Eddalion on 2009-02-24 23:19

อยากขอคำแนะนำเรียนต่อ ป.เอก หน่อยครับ
ไม่ทราบว่าจบ โท แผน ข พอจะมีโอกาสเรียน
ป.เอก ได้หรือเปล่าsad smile

#52 By tewbox on 2009-02-24 21:29

รู้ไว้ก่อน
จิงยังไม่จบม.5เลย
อีก2อาทิตย์เท่านั้น(น่าจะจบนะ55+)
โดนใจโดยแรงฮับ
ตอนนี้กำลังเหนื่อยเลยทีเดียว

#50 By DDP on 2009-02-24 20:07

big smile big smile Hot!

#49 By (^_^)/nana on 2009-02-24 12:04

อ่านแล้วมันโดนใจตามประสาคนที่เรียนอยู่เหมือนกัน

#48 By varu on 2009-02-24 11:34

ผมก็กะจะต่อเหมือนกันครับ แต่ยังอยู่ปีสองป.ตรีอยู่ อิอิ

#46 By cokeclub on 2009-02-24 04:02

dissertation * แก้คำผิด แหะๆ

#45 By Rinna ♥ on 2009-02-24 02:17

แอบเพิ่มเติมจากประสบการณ์ของฉันค่ะว่า ถ้าเรียนโทละก็ วิธีการศึกษาจะเน้นการ Focus ลงไปในเรื่องบางเรื่องมากขึ้น เข้มข้นขึ้นกว่าตอนเรียนตรีด้วยค่ะ สมมติว่าตอนเรียนตรี เราเรียนกว้างๆเพื่อครอบคลุมเนื้อหาสำคัญที่จำเป็นทั้งหมด แต่การวิจัยในปริญญาโทนั้น ยิ่ง Focus ยิ่งดี เวลาเขียน dissertationa แบบกว้างๆ จะทำให้แนวทางการศึกษาของเราเปะปะ แล้วก็ไม่ได้ลงลึกมากพอด้วยละค่ะ เนื้อหาของงานก็จะไม่มีน้ำหนัก ไม่มีประเด็นมากพอ

Hot!

#44 By Rinna ♥ on 2009-02-24 02:16

เพิ่มให้อีกข้อค่ะ
11. ใช้หัวคิด+เขียน+อ่าน ไม่ใช่ลอกมาคิด+เขียน+อ่าน

#43 By SweetPuff on 2009-02-24 01:19

ชอบๆ ข้อ 7 55555

#42 By Minpanda on 2009-02-24 00:35

^^ ขอบคุณคะ กำลังหาข้อมูลอยู่พอดี

#41 By Caramel หวาน on 2009-02-24 00:05

เ็ห็นด้วยกับ 39 ครับ
ส่วนใหญ่คนจบเอกยังไงก็ต้องมุ่งไปสายวิชาการ สอนหนังสือ เป็นนักวิจัย ถึงจะเหมาะครับ เพราะถูกฝึกให้ "สร้างความรู้ใหม่"

แต่สำหรับโทนั้นถือเป็นการได้ฝึกฝน "ทักษะพิเศษ" เพิ่มเติมไว้ต่อยอดในวิชาชีพ

ปัญหาอยู่ที่เราครับว่าจะ "เลือก" ไปในแนวทางไหน ไม่ถูกไม่ผิดครับ

#40 By Eddalion on 2009-02-23 23:51

สุดท้ายบางทีก็ต้องมองล่ะนะครับ ว่าเราเอา ป.โท ป.เอก ไปใช้ทำอะไร

แต่แถวนี้เล็งต่อตรีใบ 2 ครับ แหะๆ ^ ^"

#39 By nora on 2009-02-23 23:29

ปล. มีทริคสำหรับ "สร้างวันปิดเทอมด้วยตัวเองครับ"


ก็พวกเทศกาลที่คนเขาไปเที่ยวกลับบ้านกันนี่แหละครับ
ปีใหม่ สงกรานต์ โอกาสดีขอลาอาจารย์กลับบ้าน
ไปชาร์จแบตให้พร้อม!!!

#38 By Eddalion on 2009-02-23 23:04

ผมอยู่ ป.เอก ปีสี่ ฟิสิกส์ คณะวิทยาศาสตร์ ม.มหิดล นะ
กำลังเร่งงานตีพิมพ์อยู่ (ทุน พสวท ก็จะหมดแล้วด้วย)


จริงๆ คนที่เรียนในไทยก็ไม่ต้องน้อยเนื้อต่ำใจหรอกนะ เดี๋ยวนี้มีโปรแกรมพิเศษ ความร่วมมือร่วม ระหว่างมหาวิทยาลัยในไทยกับต่างประเทศ เช่น เรียนในไทย แล้วไปทำวิจัยต่างประเทศ กลับมาเขียนวิทยานิพนธ์ในไทย (เราก็จะได้ประสบการณ์การทำวิจัยในต่างประเทศเช่นกัน)
ตัวอย่าง ทุนกาญจนาภิเษก ทุนพสวท ก็มีงบให้ไปทำในวิจัยต่างประเทศ หลักสูตร Sandwich ของมหาวิทยาลัย
ที่ มหิดล นี่ก็มีเพื่อนผมและผมที่ไปอเมริกา ไปไต้หวัน ที่ มช. บางคนก็ได้ไปสวีเดน ก็มี

#37 By Eddalion on 2009-02-23 22:58

เรียนโทนี่ต้องขยันจริงๆค่ะ ยิ่งเรียนสายวิทยาศาสตร์ด้วยแล้วแลปคือบ้านหลังที่สองเลยอ่ะ ทำแลปทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการ ต้องขยันและอดทนกันสุดๆ ;)

#36 By หมีขี้อิจฉา on 2009-02-23 22:55

ตอบ 8 27 ใช่แล้วครับ ช่วงชีวิตที่ำทำโปรเจตของ ป,ตรี ปีสี่ ก็แบบนั้นเหมือนกัน แต่สำหรับโท-เอกทีต้องทำวิทยานิพนธ์ จะหนักกว่าเดิมเพราะไม่ใช่แค่ทำวิจัย ไหนจะเป็นผุ้ช่วยสอน ตรวจข้อสอบ ออกข้อสอบ ตรวจการบ้าน หาลำไพ่เสริมอีก

ส่วนที่ว่าทำไมเราชอบกั๊กมาเรียนโทก่อน
ผมมองว่า บางคนต้องการ "ตำแหน่ง" เอาไว้ก่อน เพื่อขอทุนศึกษาต่อได้ง่ายๆ ช่วยที่ลาศึกษาต่อไม่ว่านอกหรือใน ก็จะได้เงินเดือนใช้ด้วยอีกต่างหาก(เพียงแต่จะไม่ได้เลื่อนขั้นเท่านั้น)

บางคนก็สมัครโทเอาสถานะนักศึกษาไว้ แล้วสอบชิงทุนหรือขอทุนไปต่างประเทศแบบนี้ก็มีครับ

สำหรับสาขาอื่นผมไม่ทราบ แต่สำหรับฟิิสิกส์ ปริญญาโทไม่ค่อยมีความหมายครับ ในอเมริกาจะเรียนโทควบเอกไปเลย ถ้าใครสอบ "วัดคุณสมบัติปริญญาเอกไม่ผ่าน" ก็จะได้วุฒิ ป.โทไป ซึ่งต่างกับฝั่งอังกฤษที่บางทีปริญญาโทก็เรียนเพิ่มอีกหนึ่งปีก็ได้แล้ว ส่วนเยอรมันจบออกมาก็เทียบเท่า ป.โท ครับ
อาจารย์ของผมที่จบจากอเมริกาท่านยังคิดว่า การแบ่งเป็นระดับตรี-โท-เอก นี่มันก็ดีตรงที่ เรายังสามารถหาประสบการณ์จากโทเป็นงานวิจัยแบบหนึ่ง แ้ล้วพอจะเรียนเอกก็เปลี่ยนสายได้(ในแนวที่ใกล้เคียงกัน)surprised smile

ส่วนการกั๊กเรียนโทในไทย แล้วไปต่อโทเมืองนอกนั้น เพราะทางต่างประเทศเค้าไม่ค่อยรับรองระบบโทเท่าไหร่ครับ คนจะนิยมจบตรีหรือโท(บางประเทศ) แล้วมาเอกเลย โทมันครึ่งๆ กลางๆ เกินไป แต่มันดีตรงที่ นักเรียนไทยที่ไปซ้ำโทอีกทีพื้นฐานจะแน่นขึ้น

#35 By Eddalion on 2009-02-23 22:52

Hot! ชอบๆ

#34 By Tide on 2009-02-23 22:32

Hot! Hot! Hot!
ดีค่ะ
กำลังคิดจะเรียนเลย

#32 By i'FY on 2009-02-23 21:42

กำลังคิดเอาไว้ว่าจะต่อ ..

พี่อยู่คณะวิทย์ มหิดลหรอคะ

พี่เรียนอะไรอยู่คะ

คือ เรียนป.ตรี ปีหนึ่ง คณะวิทย์มหิดลอยู่อ่ะค่ะพี่

#31 By antzzer on 2009-02-23 21:14

อุ๊ยยยยยยยยย

ขอบคุณค่ะ

คนใกล้ตัวกำลังตัดสินใจเรียนโท

เรื่องนี้อาจช่วยเขาได้

#30 By frogchocolate on 2009-02-23 21:07