รับ TAG ค่าใช้จ่ายมาจากน้อง Moonshine  entry ค่าใช้จ่าย 4 ปีของการเป็นนักศึกษา

อาจจะนานไปหน่อยเพราะมัวแต่เีขียน entry เก่าก่อน  เรื่อง

การเชื่อมต่อใหม่ของเส้นสนามแม่เหล็ก เบื้องหลังพายุสุริยะ

 

เมื่อพูดถึงค่าใช้จ่ายในระดับ ป.ตรี สมัยนี้แล้ว จะพูดถึง ป.ตรี สมัยรหัส 42  มช (จำได้ว่าหน่วยกิจแลบ 100 บาท หน่วยกิจภาคบรรยาย 40 บาท)  ก็คงจะไกลเกินไป  มาดูของ ระดับปริญญาเอก หลักสูตรฟิสิกส์ (นานาชาติ) คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล บ้างดีกว่า

ราคาค่าเรียนที่นี่มีสองอัตรา สำหรับคนมีทุนและไม่มีทุน

1. ค่าลงทะเบียนหน่วยกิตละ 900 บาท สำหรับคนไม่มีทุน   และ 9,000 บาท สำหรับเด็กทุนซึ่งเขาบอกว่าคิดเต็มอัตรา(อุ๊ แม่เจ้า ต่างกัน 10 เท่า)  สำหรับการเรียนปริญญาเอก(ไม่นับโทควบเอกนะ) ต้องลงทะเบียนวิชา Seminar 3,4 และ 5 วิชาละ 1 หน่วยกิต  รวม 3 หน่วยกิต  ลงทะเบียนกระบวนวิชาบังคับ 1 รายวิชา 3 หน่วยกิต  และวิชาเลือกอีกไม่น้อยกว่า 6 หน่วยกิต   รวมทั้งหมด  12 หน่วยกิต(credits)

2. ค่าลงทะเบียนวิทยานิพนธ์  (Thesis Registration/Research Project)  25,200  Bath อัตราเดียวกันทั้งผู้มีทุนและไม่มีทุน สามารถแ่บ่งจ่ายได้นะครับ  (แต่ 25200 ยอมให้แบ่งจ่าย ที 300,000 ด้านล่าง กลับแบ่งจ่ายไม่ได้ งงละ่น่อ)

3. ค่าอุปทานงานวิจัย Research Supplies Fee    300,000 บาท (ผู้รับทุนถูกเรียกเก็บเต็มอัตรา แต่ผู้ไม่มีทุนได้รับการยกเว้น ไม่ต้องจ่าย เพราะถ้าเรียกเก็บล่ะก็ไม่รวยก็ไม่มีใครกล้ามาเรียนแน่ๆ)

 

รวมแล้วสำหรับค่าลงทะเบียนทั้งหมด 

นักศึกษาที่ได้รับทุน จะต้องจ่ายอย่างต่ำ  9,000*12+25,200+300,000  =  433,200  บาท (แต่จ่ายจริง 0.00 บาท เพราะทางผู้ให้ทุนออกให้)

ส่วนนักศึกษาที่ไม่ได้รับทุน จะต้องจ่ายอย่างต่ำ  900*12+25200+0  =   36,000 บาท (จ่ายจริง  36,000 เพียวๆ ไม่มีตัวแสดงแทน)

นอกจากนี้ยังมีค่าใช้จ่ายอื่นๆ อีก เช่น ค่าบริการการศึกษา  ค่ากิจกรรมนักศึกษา  ค่าอินเตอร์เนต  เป็นต้น

มาดูค่าลงทะเบียนและค่าใช้จ่ายแยกตามเทอมต่างๆ ดังนี้

 

  • ภาคเรียนที่ 1/2005  
    • Education Service FEE  3,750 THB
    • Student Activities Fee    250 THB
    • Graduate Tuition (Contemporary  Physics  3 credits)   27,000  THB
    • Graduate Studies Fee 750 THB
    • Internet   300
    • Total  32,050
  • ภาคเรียนที่  2/2005
    • Education Service FEE      3,050  THB
    • Student Activities Fee    250  THB
    • Graduate Tuition (Computational  Physics  3 credits)   27,000  THB
    • Graduate Studies Fee 750
    • Internet   300
    • Total  31,350
    • Thesis Registration/Research Project   12,600
    • Research Supplies Fee                  300,000
    • Total  312,600
  • ภาคเรียนที่ 1/2006
    • Education Service FEE      3,750 THB
    • Student Activities Fee    250 THB
    • Graduate Tuition (Cosmic Rays   3 credits, Seminar 3   1 credit:)   36,000 THB
    • Thesis  Registration/thematic paper registration    12,600  THB
    • Graduate Studies Fee 750  THB
    • Internet   300
    • Total  53,650
  • ภาคเรียนที่ 2/2006
    • Education Service FEE      3,050
    • Student Activities Fee    250
    • Graduate Tuition (Seminar 4   1 credit:)   9,000
    • Graduate Studies Fee 750
    • Internet   300
    • Total  13,350
  • ภาคเรียนที่ 1/2007
    • Education Service FEE      3,750
    • Student Activities Fee    250
    • Graduate Tuition (Seminar 5   1 credit:)   9,000
    • Graduate Studies Fee 750
    • Internet   300
    • Total  14,050
  • ภาคเรียนที่ 2/2007
    • Education Service FEE      3,050
    • Student Activities Fee    250
    • Graduate Studies Fee 750
    • Internet   300
    • Total  4,350
  • ภาคเรียนที่ 1/2008
    • Education Service FEE      3,750
    • Student Activities Fee    250
    • Graduate Studies Fee 750
    • Internet   300
    • Total  5,050
  • ภาคเรียนที่ 2/2008
    • Education Service FEE      3,050
    • Student Activities Fee    250
    • Graduate Studies Fee 750
    • Internet   300
    • Total  4,350
รวมค่าใช้จ่าย  4   ปีก็ตก  470,800 บาท  ซึ่งไม่ต้องจ่ายเองแม้แต่บาทเดียว

จะเห็นว่าเมื่อลงทะเบียนกระบวนวิชาต่างๆ หมดแล้ว เหลือแต่ส่วนที่ทำวิทยานิพนธ์อย่างเดียว ค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายแต่ละเทอม ถ้าเป็นเทอมแรกก็  5,050  บาท  เทอมที่สองก็ 4,350 บาท     

คราวนี้ลองมาคิดว่าถ้าผมไม่ได้รับทุนบ้างล่ะ  จะ้ต้องจ่ายเท่าไหร่   ค่าใช้จ่ายนอกเหนือค่าลงทะเบียนก็ตกปีละ  5050+4350 =  9400   คิด สี่ปี ก็ตก    9400*4  =    37,600     นำมารวมกับค่าลงทะเบียน  36,000 ตามที่ระบุไ้ว้ข้างต้น  ก็ต้องจ่ายอย่างต่ำ  73,600 บาทนั่นเอง    (ดังนั้นใครอยากเรียนปริญญาเอก ของคณะวิทยาศาสตร์ ม.มหิดล) ก็เก็บเงินให้ได้อย่างน้อยเท่านี้นะครับ สำหรับการเรียน 4 ปี  แต่ปกติมักเรียนกันเต็มโควต้า 5 ปี จบ)

 

คราวนี้มาดูค่าใช้จ่ายแบบรายเดือนบ้าง   สำหรับคนที่ไม่ได้มีภูมิลำเนาอยู่ กทม. ก็ต้องอยู่หอพัก หรืออพาร์ทเมนต์  ซึ่งราคาโหดกว่าหอที่เชียงใหม่เยอะเลย  (หอพักหลัง มช. นั้น ประมาณ 3,000 ก็มีครบทุกอย่างทั้งแอร์ อินเตอร์เนตความเร็วสูง เครื่องทำน้ำอุ่น(สำหรับฤดูหนาว)  แต่ 3,000 ที่กรุงเทพนั้นแทบจะเป็นห้องเปล่าๆ)

ช่วง 2 ปี กับ 6 เดือนแรก ผมอยู่ห้องแอร์ 4,000 บาท(แต่แทบไม่เคยเปิด เพราะแอร์กินไฟเอามากๆ)  รวมกับค่าส่วนกลาง(ค่าไฟส่วนกลาง รปภและแม่บ้านทำความสะอาด) เดือนละ 100  บาท ค่าอินเตอร์เนต เดือนละ 250   ค่าน้ำค่าไฟประมาณเอาแล้วกันใบเสร็จไม่ได้อยู่กับมือ ก็เดือนละ  300   ดังนั้นค่าหอเดือนละประมาณ 4,650  บาท   

ในขณะที่  ค่าใช้จ่ายรายเดือนที่ทางทุนให้มานั้น เดือนละ 6,500 บาท!!   ใช่แล้วเงินเดือนนักศึกษา ป.เอก  6,500 เท่านั้น  ถึงไม่อยุ่ กทม.  แต่เงินจำนวนนี้ ต่อให้เป็นต่างจังหวัดก็ค่าที่พักและค่าอยู่ค่ากิน ก็กระเบียดกระเสียนเต็มทน    แล้วสำหรับ กทม. ที่ขึ้นชื่อเรื่องค่าครองชีพ จะพอหรือ??   อย่ากระนั้นเลยในอุโมงค์อันมิดมือหากแม้นมีแสงสว่างแม้เพียงนิดก็เห็นไ้ด้โดยง่าย   สติปัญญาประสบการณ์มันก็ต้องหาทางออกได้ล่ะนะ  มาดูทางออกของพวกเราเด็กทุนปริญญาเอก แต่ยากจนกัน(แต่ทะลึ่งติดการ์ตูน)

  1. เอาค่าหนังสือที่ให้เทอมละ 7500 มาเฉลี่ยใช้ 6 เดือน จะได้ค่าใช้จ่าย จะได้เพิ่มมาเดือนละ 7500/6 = 1250 บาท รวมกับของเดิมเป็น  7,750 บาท (พอๆ กับเงินเดือนข้าราชการเลย แต่อัตรานี้ย่ำอยู่กับที่มานานแล้วนะ ไม่ว่าค่าแรงขั้นต่ำจะขึ้นเอาๆ  น้ำมัน ผัก หมู ปลา ผลไม้ รถเมล์ จะขึ้นราคาเท่าไหร่พวกเราก็ได้เงินอัตรานี้มาหลายปีแล้ว )   วิธีนี้ทำให้เราซื้อหนังสือหรือ Textbook มาอ่านแทบไม่ได้เลย จำเป็นต้องยืมเอาจากห้องสมุด หรือไม่ก็เลือกซื้อเล่มที่เราคิดว่ามีประโยชน์หรือเราอ่านแล้วเข้าใจจริงๆ เท่านั้น 
  2. แหล่งรายได้เสริม ก็คือ 
    1. ทุนช่วยสอน(TA)  เป็นที่น่าเสียใจว่า  บางคณะไม่มีนโยบายให้เด็กทุนไปรับทุน TA เพราะ ทุน TA เค้ามีไว้ช่วยนักศึกษาที่ไร้ทุน    แต่หลักการนี้มีช่องโหว่ว่าถ้าบ้านรวยแล้ว แต่ขึ้นชื่อว่าเป็น เด็กไร้ทุน ก็สมัครเป็น TA ได้   เรียกว่าได้เปรียบกว่าเด็กทุนจนๆ    นี่คือความลักลั่นย้อนแย้งเชิงนโยบายและข้อเสียของการรับทุนประการหนึ่ง ล่าสุดนโยบายสุดพิลึกที่ไม่ให้เด็ก ป.เอก รับทุน TA (ไม่ว่าจะมีทุนหรือไม่มีทุนก็ตาม) เพื่อหวังให้ ป.เอก มีเวลาทำวิจัยจบไวๆ  ก็ยิ่งทำให้เดือดร้อนกันทั่วหน้า  ต้องไปหาทุนอื่น หรือไม่ก็สอนพิเศษกัน เหอๆๆ
    2. ทุนช่วยวิจัย(RA)  สำหรับบางแลบเท่านั้นที่มีทุนวิจัยสำหรับเป็นส่วนช่วยเหลือนักศึกษาครับ  แต่ไม่ใช่ว่าทุกแลบจะมี
    3. สอนพิเศษ  ทั้งแบบไปสมัครขึ้นเป็นติวเตอร์ตามสถาบันกวดวิชา  หรือฟรีแลนซ์(รับจ้างทั่วไป) ก็ได้  ปกติผมจะได้เฉลี่ยเดือนละ 4,000 ก็ช่วยสนับสนุนค่าหอได้ดีทีเดียว ยิ่งหลังจากที่กลับจากทำวิจัยที่อเมริกา 6 เดือน  ผมเลือกอยู่ห้องธรรมดา 3,000 บาท เมื่อรวมกับค่าน้ำค่าไฟ แล้วก็ถือว่าเป็นการสอนพิเศษแลกที่ซุกหัวนอนได้เลย
  3. ประหยัด  นี่คงเป็นมาตรการที่ใช้ได้ทุกยุคทุกสมัยครับ  วิธีประหยัด หรือชีวิตพอเพียงในเมืองหลวงที่ผมพิสูจน์มาแล้วว่าใช้ได้จริง (ไม่ใช่การแอบทำสวนครัวเกษตรสวนผสมที่ระเบียงหลังห้องเช่าเป็นแน่)
    • เดินไปเรียน  เพราะผมเลือกหอพักใกล้มหาวิทยาลัย(ค่าหอก็เลยแพงซะ) ทำให้สามารถเดินไปเรียนได้ โดยใช้เวลา 20 -30 นาที แลกกับการดมควันพิษของถนนพระราม 6 และเหงื่อโซกๆ (นี่กำลังมองหาจักรยานมาใช้อยู่)
    • ดักขึ้นรถเมล์ฟรีเพื่อประชาชน(หุหุ) 
    • เนื่องจากเป็นคนติดการ์ตูน และสะสมด้วย ดังนั้นต้องเลือกซื้อการ์ตูนเรื่องที่ชอบหรือเห็นว่ามีคุณค่าต่อการเก็บไว้ในคอลเลคชั่นจริงๆ  เท่านั้น หรือไม่ก็ไปหาซื้อจากร้านมือสอง  ส่วนเรื่องที่ตามตลอดแต่ไม่คิดจะสะสม ก็ "เช่าอ่านเอา"   อันนี้รวมถึงนิตยสารเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ บ้าน และมือถือด้วยก็ "เช่าเอา" ดีกว่า    ถ้าชอบเืนื้อหาส่วนไหนจริงๆ ค่อยเอาไปสแกนเก็บไว้ในคอมพิวเตอร์ก็ได้   อันนี้ก็รวมถึงพวก DVD  ด้วย ก็เลือกเรื่องที่ชอบจริงๆ เท่านั้น  เช่นตอนนี้ก็กำลังเก็บ DVD Gundam 00 อยู่
    • อ่านข่าวจากอินเตอร์เนตเอา ไม่ต้องซื้อหนังสือพิมพ์
    • ซักผ้ากับกะละมัง  ไม่ต้องไปส่งร้านซักอบรีด หรือเครื่องซักหยอดเหรียญ ซักกับมือนี่แหละสะอาดถึงใจ แต่ควรจะมีน้ำยาปรับผ้านุ่มด้วย(เอากลิ่นหอม)   กรณีที่กลัวซักแล้ว ตากผ้าไม่แห้งเพราะฝนสาดเข้ามาในระเบียงด้านหลัง  ผมจะกระจายความเสี่ยงด้วยการแบ่งเสื้อผ้าส่วนหนึ่งไปให้ร้านซักอบรีดเค้าซักให้   ดังนั้นถ้าเกิดอุบัติเหตุผ้าที่ซักตากไว้หลังห้องไม่แห้ง  ก็ยังมีเสื้อใส่อยู่ดี 


ปัจจุบันผมมีรายได้ทั้งจากเงินเดือน  6,500 บาท +  เฉลี่ยจากค่าหนังสือ 1,250 บาท + ค่าสอนพิเศษเดือนละประมาณ  4,000 บาท + ค่าแปลข่าวลงเวบอีก 4,000   =   15,750 บาท    

ส่วนรายจ่ายโดยประมาณก็ ค่าหอพัก  3,650  (เปลี่ยนเป็นห้องธรรมดาไม่มีแอร์) + ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยวันละ 200  เดือนหนึ่งก็ 6,000 บาท   +  ค่าหนังสือการ์ตูนและดีวีดีอย่างมากเืดือนละ 1,000 ก็ตก  10,650 บาท เรียกว่าเหลือใช้ฉุกเฉินนิดหน่อย (เหลือประมาณ 5,100 นี่ก็ไม่น้อยนะ  แต่ก็นั่นแหละบางทีค่าใช้จ่ายมันก็ขึ้นลงไม่เท่ากัน )  อาจจะมากหรือน้อยกว่านี้บ้าง แต่เงินไม่เคยขาดมือหรือชักหน้าไม่ถึงหลัง แบบต้นเดือนหน้าสด ปลายเดือนหน้าแห้ง    เพราะใช้เงินไม่หมด และมีเิงินเก็บอยู่บ้างเล็กน้อย  

แต่ว่าพอพ้นเทอมหน้าไปถ้ายังไม่จบภายใน 4 ปี ค่าลงทะเบียนอีก 9400 ก็ต้องจ่ายเองน่อ ทุนเค้าไม่ให้แล้วล่ะ   ดังนั้นก็ต้อง ขยันจบไวๆ ล่ะน่อ จะได้ทำงานวิจัยจริงๆจังๆซะที

 

ปล. ลืมบอกไปว่าตอน ป.ตรี ช่วงที่ยังไม่ได้เป็น เด็กทุน พสวท.  แบบสมทบ (แบบเรียกเด็กธรรมดาแต่เรียนดี มารับทุนแทน เด็ก พสวท. ที่ตกทุนไป เพราะเกรดตกหรือจงใจทำเกรดตก)  เคยกู้เงิน กยศ. ด้วย ดังนั้นช่วง 15 ปี นี้ต้องผ่อนจ่ายดอกเบี้ย 1% ปีละครั้ง เท่านั้น  เรียกว่าผ่อนเบาๆ สบายๆ ไปเรื่อยๆ   ใครที่จบแล้วก็อย่าลืมจ่ายคืนด้วยน่อ เพื่อน้องรุ่นต่อๆ ไปจะได้มีเงินเรียน

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

สุดยอดดดด

เป็นแนวทางได้อย่างดี ละเอียดมาก

ดันครับดัน

Hot! Hot! Hot!

#1 By ยังคง... on 2008-10-16 18:32

อู้ววชีวิตสุดๆจริงๆ นับถือๆ
big smile
Hot!

ชีวิต "วิทย์" ต้องสู้

#3 By on 2008-10-16 23:40

เรียน ป.เอกไม่ยากอย่างที่คิด sad smile

#4 By เจ้าโต on 2008-10-17 09:29

เศรษฐกิจแบบนี้ใครๆก็ต้องประหยัดไม่ว่าจะอยู่ไหนก็ตาม
แฮ่ๆๆ~~~

ป.ล.ราคาสเต๊กคนละ 89 บาท ไม่รวมค่าน้ำค่ะ
แต่ค่าน้ำก็ถูกนะ ไม่ชาร์ทเพิ่มเหมือนบุฟเฟ่ทั่วๆไป

#5 By Lovelyjay on 2008-10-17 22:44

กรี๊ดดดดดดด ผู้รับแท็กคนแรก cry
ขอบคุณที่รับแท็กนะค้าาา

เพิ่งรู้ว่ามหิดลมีอัตราทุนไม่ทุนด้วย sad smile ทำไมเด็กทุนแพงจังอ้ะ

ส่วนสามหมื่นหกของเด็กไม่ทุนนี่ก็คือรายปีใช่มะคะ
ก็ไม่ถือว่าแพงสำหรับหลักสูตรอินเตอร์เนอะ

เงินเดือน 6500 อยู่กรุงเทพก็ไม่น่าจะพอจริงๆ น่ะแหละ
แต่พี่เอ็ดหาได้ตั้งเกือบหมื่นหก เก่งมากเลย
แต่คงเหนื่อยน่าดู confused smile

เดี๋ยวปลายเดือนก็ไปเข้าค่ายที่มหิดลค่ะ ไปฟังการแนะแนวเค้าพอดีเลย

พี่เอ็ดเสนอผลงานที่ วทท ด้วยใช่มะคะ เดี๋ยวจะไปฟังเน้อ cry

Hot! Hot! Hot!

#6 By Bluemoon on 2008-10-18 22:38

สู้ๆ นะคะ confused smile
ปีที่แล้ว พี่เอ็ดเสนอผลงานด้วยป่าวคะ
จำไม่ได้อ้ะ
จำได้แต่อาจารย์เดวิด แล้วก็มีพี่ผู้หญิงอีกคนนึงที่พูดเรื่องดวงอาทิตย์
แล้วก็มีพูดถึงสถานีตรวจวัดนิวตรอนด้วย

#7 By Bluemoon on 2008-10-19 05:51

อ้ะ เจอกำหนดการละ พูดตอนเย็นเลยนี่นา open-mounthed smile

#8 By Bluemoon on 2008-10-19 05:56

สู้เค้าจ้า

มาให้กำลังใจด้วยอีกคน

และเอาเว็บไซต์ ปริญญาเอก ของ ammy มาแบ่งปัน (ประหยัดค่าหนังสือได้อีกหลายค่ะ)

้http://leadership.exteen.com

#9 By ammy (124.121.142.86) on 2008-10-22 14:18

อ่านแล้ว in สุด ๆ ช่ายเลย ตรงใจเลย
เขียนเก่งนิ เห็นเป็นคนเงียบ ๆ นะนี่...(^_^)/

#10 By เด็กพส.ห้อง P513 (202.28.179.4) on 2008-11-07 16:24

เป็นกำลังใจให้นะคะ สู้ชีวิตจริงๆ^^

#11 By คีตาโอส (58.147.74.4) on 2008-11-24 13:10

ขอบคุณมากครับ ผมก็มีความฝันอยากเรียน แต่เป็นฝันที่อยู่ห่างไกลเหลือเกิน.

#12 By *-* (222.123.203.17) on 2009-03-03 05:23

สู้ๆคับ

#13 By รับออกแบบสิ่งพิมพ์ (125.24.140.74) on 2009-04-18 23:27