ผมเคยเป็น ผู้ช่วยสอน(TA หรือ Teaching Assistant) อยู่ช่วงหนึ่ง ตอนเรียนปริญญาโท ที่ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่   สำหรับนักศึกษาปริญญาโทและเอกนั้น การเป็นผู้ช่วยสอนถือเป็นช่องทางรายได้เอาไว้สำหรับส่งเสียตัวเองเรียน นอกเหนือจากงานประเภท ผู้ช่วยวิจัย(RA, Research Assistant)  รับจ้างสอนพิเศษ เสริฟอาหาร เฝ้าร้านเช่าการ์ตูน เฝ้าร้านอินเตอร์หรือเฝ้าร้านเกม เป็นต้น

หน้าที่ของนักศึกษาผู้ช่วยสอนก็คือช่วยอาจารย์ "ตรวจการบ้าน"  "ตรวจข้อสอบ"  "ช่วนเป็นพี่เลี้ยงในภาคปฏิบัติการณ์" ไปจนถึง "่ช่วยติวเสริมภาคทฤษฎี" ให้กับนักศึกษาที่ลงในรายวิชานั้นๆ  ดังนั้นจึงมีสถานะกึ่งๆ อาจารย์กึ่งๆนักศึกษา ในคราวเดียว จึงมักมีเรื่องให้ได้กลุ้ม ฉงน สนเทห์อยู่เสมอ

  1. โดนนักศึกษา ป.ตรี  จีบ  อันนี้มักเกิดกับ TA หน้าตาดีๆ ครับ  เพื่อนผมเรียนโทเคมีแล้วไปไปคุมภาคปฏิบัติการณ์ของแลบเคมีทั่วไป สำหรับนักศึกษาปี 1 (ลืมบอกไปเธอเป็นผู้หญิงที่น่าตาดีมากคนหนึ่ง)  section ที่เธอรับผิดชอบทั้ง section เป็นนักศึกษาคณะหนึ่ง ซึ่งขึ้นชื่อในเรื่องความห่าม  เธอเล่าให้ฟังว่าชอบมีนักศึกษามาคุยด้วยเวลาทำแลบเสร็จ แรกๆ ก็ไม่เอะใจ แต่หลังๆ เริ่มขอเบอร์โทรศัพท์   เลยต้องเปลี่ยนเขตรับผิดชอบกันเพื่อน ไม่ก็พยายามเดินให้ทั่วแลบ   แต่ที่น่าตกใจคือ  อยู่ๆ ก็มีโทรศัพท์มาหาจากเจ้าเด็กปีนเกลียวรายนี้ (ไปหาเบอร์โทรมาจากไหนเนี่ย???)Edit: ตอบ Eddyคุง ผมก็ไม่เคยเจอข้อนี้เหมือนกัน แต่เด็กฟิสิกส์มีแต่ผู้ชายนะ (ไม่งั้นล่ะก็สยอง
  2. ลอกการบ้าน  สำหรับคนที่ลอกการบ้านกันส่ง แล้วคิดว่าคุณครูหรืออาจารย์จะจับไม่ได้ล่ะก็ เลิกคิดได้เลย  ขนาดนักศึกษาช่ีวยสอนผู้ด้อยชั่วโมงบินทางการสอนอย่างผม ยังสามารถดูได้ว่าใครเป็นต้นฉบับ(ทั้งแบบเต็มใจและไม่เต็มใจ)   ยิ่งเป็นการบ้านแบบที่ต้องตอบคำถามด้วยการอธิบายหรืออัตนัยในระดับอุดมศึกษาและบัณฑิตศึกษาด้วยแล้ว  การอธิบาย จังหวะจะโคนการใช้ภาษา การเขียนสมการ มันบ่งบอกลักษณะเฉพาะของแต่ละคนออกมา   เช่น บางคนบ้าสมการมาก โชว์พลังคณิตศาสตร์สุดฤทธิ์(ผมก็เคยเป็น) ทั้งๆ ที่ไม่จำเป็นเขียนรายเอียดทุกตัวอักษรขนาดนั้น  บางคนถนัดเขียนอธิบายมาเป็นหลักการไม่ค่อยใส่สูตรคณิตศาสตร์  บางคนนอกจากอธิบายไม่รู้เรื่องแล้ว  การคำนวณทางพิสูจน์ด้วยคณิตศาสตร์ก็ยังผิด (แต่คำตอบสุดท้ายดันถูกอีก)                                                                                                         ทุกครั้งที่ผมตรวจการบ้าน ผมสามารถแยกออกเป็นชุดๆ หรือกลุ่มที่มีความเหมือน/คล้ายกันได้ ประมาณ สาม-สี่กลุ่ม   จะมีไม่กี่คนเท่านั้นที่แหวกออกมามีลักษณะไม่ซ้ำใครจริงๆ  ซึ่งถ้าไม่ใช่คนที่เรียนอ่อนมาก(ใครจะกล้าลอกเขาล่ะ)แต่มีศักดิ์ศรีไม่ลอกใคร(น่ายกย่อง)   ก็คือคนเรียนเก่งไปเลยแ้ล้วไม่ยอมให้ใครลอก    บางครั้งบางข้อที่ยากมากๆ อาจจมีแค่ 2 copy   ซึ่งส่วนใหญ่กลุ่มลอกกันนี่คะแนนไม่สูงนักหรอกครับ(ต้นฉบับก็ใช่ว่าจะถูก )
  3. อ้อนขอคะแนน อันนี้ไม่ค่อยเจอ เพราะผู้ช่วยสอนไม่มีผลต่อคะแนนมากนัก ตรวจการบ้านให้คะแนนเสร็จจะส่งให้อาจารย์ผุ้สอนดูก่อนแล้วค่อยเอาไปแจกคืนนักศึกษา ดังนั้นเรื่องมาให้แก้คะแนนทีหลังนี่ยากมาก
  4. ขอให้ใบ้ข้อสอบ  นักศึกษาบางคนเข้าใจผิดว่า นักศึกษาช่วยสอนจะได้เห็นข้อสอบก่อน ดังนั้นในชั่วโมงติว มักจะมีนักศึกษามาถามว่าอาจารย์บอกอะไรมั่ง ซึ่งเราก็ไม่รู้หรอก ข้อสอบออกเสร็จแล้วก็ถูกปิดผนึกอย่างดี เก็บไว้ที่ภาควิชาแล้ว ถึงเวลาสอบอาจารย์ก็ไปเบิกข้อสอบออกมา โฮ่โฮ่ หมดสิทธิ์เหมือนกัน
  5. ลอกผลปฏิบัิติการของรุ่นพี่  เวลาที่เราเข้าเรียนปีหนึ่งใหม่ๆ มักมีธรรมเนียมที่รุ่นพี่ส่งต่อ สมุดเลคเชอร์ หนังสือ หรือแม้แต่ "ชีทปฏิบัติการณ์แลบ"    ถ้าเอาไว้แค่ดูเป็นแนวทางทำความเข้าใจก็ไม่เท่าไหร่ แต่บางคนเอาชีทของรุ่นพี่พวกนี้ติดเข้ามาในแลบ แล้วลอกข้อมูลของรุ่นพีลงไปในชีทของตัวเอง ผลที่ได้ก็คือโศกนาฎกรรม  บางคนทำแลบเคมี ซึ่งบางทีตัวอย่างสารที่ให้มาทดสอบ(Unknown)ไม่เหมือนกับของรุ่นพี่ การกรอกข้อมูลจากของรุ่นพี่ก็เป็นความผิดพลาดอันมหันต์    หรือบางคนลอกไม่ดูเหนือดูใต้ แลบเปลี่ยนรายละเอียดตั้งค่าเครื่องมือใหม่ไปนานแล้ว  ก็ยังอุตสาห์เอาข้อมูลเก่าๆ มาใส่อยู่ได้   หรือบางทีข้อมูลรุ่นพี่แต่ไปลอกสรุปผลการทดลองของเพื่อนมา (ซึ่งไม่สอดคล้องกันก็มี)   หรือบางทีก็ไปลอกการวิจารณ์แลบที่ไม่สมเหตุสมผลของรุ่นพี่มา อย่างเช่น  เข็มทิศชี้ไม่ตรงทิศเพราะลมพัด(ทั้งๆ ที่ตัวเข็มทิศก็ปิดผนึกอย่างดีลมที่ไหนจะมาพัดเข็มทิศได้)  เหล่านี้ถ้าเจอก็ให้ 0 สถานเดียวละครับ
  6. ไปดูกีฬาแล้วมาสายหรือตื่นสาย  Case นี้เกิดขึ้นบ่อยๆ เวลามีมหกรรมกีฬาอันยิ่งใหญ่ของมวลมนุษยชาติ เช่น  ฟุตบอลลีกอังกฤษ(9 เดือน เลยนะ)  ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป บอลสโมสรยุโรป(กลางสัปดาห์) ฟุตบอลโลก  หรือโอลิมปิค   ล่าสุดที่ผ่านมา ช่วงที่นักกีฬามวยของไทยผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศ มีนักศึกษาทั้ง section บางวิชา มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง แห่กันไปดูมวย จนเข้าแลบสาย แต่ถ้าเข้าแลบสายแล้วทำแลบเสร็จภายในเวลาที่กำหนด(ตามเวลาเรียนจริงๆ) ก็ไม่เท่าไหร่ แต่นี่ดัน "ทดเวลา" ที่ตัวเองมาสายออกไปจากเวลาปกติเสียนี่เฮ้อ...
  7. งดเรียนงดแลบไปทำกิจกรรม เวลาใกล้ถึงวันกิจกรรมเช่น Sports day พวกนี้ พวกที่ทำกิจกรรมแล้วงานมันลนก้นเอามากๆ ก็ต้องเก็บเกี่ยวเอาเวลามาให้ได้มากที่สุด ไม่เว้นแม้แต่เวลาเรียน  อันนี้ผมก็เข้าใจนะ ในฐานะคนทำกิจกรรมมาก่อน  แต่ถ้าจะของดชั่วโมงติวเนี่ยช่วยบอกล่วงหน้าหน่อยนะครับ (อีเมล์ก็มี เบอร์มือถือก็มี)  ส่วนเรื่องงดแลบเนี่ยไปคุณกับอาจารย์เองเด้อหล้า (แต่เวลามาซ่อมแลบที่ขาดไป ก็ต้องเป็นนักศึกษาช่วยสอนอีกนั่นแล ที่ต้องอยู่โยง)
  8. นักศึกษาไม่เชื่อถือ  ด้วยความที่เป็นกึ่งๆ นักศึกษาจะอาจารย์ก็ไม่ใช่ นักศึกษาก็ไม่เชิงบางทีถ้าไม่แม่นในสิ่งที่ตัวเองสอน จะเป็นผลร้ายต่อตัวเองในแง่ความเชื่อถือ  ซึ่งในเด็กแต่ละรุ่นย่อมมีระดับเทพก้าวพ้นขึ้นมา และเหล่าเทพนี้แหละที่เป็นตัววัดความน่าเชื่อถือของเรา  เพราะหากเตรียมตัวไปไม่ดี อาจจะโดนนักศึกษาขั้นเทพเหล่านี้กระหน่ำจี้จุดอ่อนของเราได้  ดังนั้นการเป็นติวเตอร์หรือผู้ช่วยสอนต้องอ่านหนังสือให้มากกว่าตอนเป็นนักศึกษา ป.ตรี เอง เพื่อสยบเทพให้ได้ก่อน 555 (บอกให้น้องๆ รู้ว่าข้าก็หนึ่งในตองอู)  หรือบางทีคำถามจากคนที่ไม่ใช่เทพ แต่เป็นช่องโหว่แห่งความไม่เข้าใจ หรือนิยามพื้นฐานที่เราละเลยไป โดนถามมาก็จุกได้เช่นกัน
ประสบการณ์การเป็น TA ถือเป็นแบบฝึกหัดสำหรับคนที่จะก้าวต่อไปในสายวิชาการ(หรือแม้แต่ในชีวิตประจำวัน) ไม่ว่าจะไปเป็นครู อาจารย์ หรือนักวิัจัย   สิ่งสำคัญคือต้องถ่ายทอดความรู้ของตัวเองออกมาให้คนอื่นเข้าใจได้  ไม่เช่นนั้นวิจัยไปหาความรู้ไป แต่รู้คนเดียว เข้าใจคนเดียวก็เปล่าประโยชน์ครับ  

edit @ 2 Sep 2008 13:23:31 by Eddalion

Comment

Comment:

Tweet

555 โอ้ย ตลกดี ขอบคุณค่ะ เจอเหมือนกันเลยค่ะ ข้อ 1 นะ แต่เป็นอาจารย์ ไม่ใช่ผู้ช่วยสอน ตอนแรกๆก็เก้อๆกังๆเหมือนกัน หลังๆนี่รับส่งลูกได้หมด

#16 By คีตาโอส (61.19.231.4) on 2008-11-24 13:18

อ่านแล้วฮา
นึกถึงพวกพี่TAที่เคยคุมงานแลบเลย5555+

#15 By ... on 2008-09-13 10:38

จากประสบการณ์ร้อนๆ เพิ่งเจอเลยครับ ข้อหนึ่ง

นิสิต ป.ตรี กับทีเอ ป.โท
กริ๊กกริ้วมาก หวานกันทั้งในคาบ นอกคาบ confused smile

#14 By ch_a_m_p on 2008-09-06 00:13

ชอบคับชอบ

555 ขำดี

โดนเฉพาะว่า สยบเทพ อ่านแล้วขำมากเลยอ่ะ

5555

#13 By =about= on 2008-09-03 21:21

รู้สึกดีแฮะ ที่ไม่เคยหลวมตัวไปเป็น confused smile

#12 By Penz on 2008-09-03 03:45

ชอบจังเลยครับ

บทความแบบนี้

#11 By การ์ตูน (124.121.160.193) on 2008-09-02 22:43

เคยทำแต่ตอนเป็นนักศึกษาครับ 555 confused smile

#10 By manop on 2008-09-02 22:26

ของผม เคยเจอ "ช่วยทำให้หน่อย พี่ติดมาสองปีแล้ว" อารมณ์ประมาณว่าเป้อ มาสองรอบ...แล้ว (มาเป็นตอนเรียนป.ตรี) เวลาสอบปฏิบัติ TA จะต้องช่วยตรวจเด๋วนั้นเลย ก็เลยมักจะมี พี่ๆน้องๆ มาขอให้ช่วยทำให้เป็นประจำ...

#9 By หมูทอดซามะ on 2008-09-02 21:52

ข้อสุดท้ายนี่ สำหรับTAบางคนที่ผมเคยเจอ....ไม่ต้องเรียนเก่งระดับเทพ ก็สยบได้ครับ เพราะTAพูดไม่ตรงกับที่อจ.สอน และทำให้บางคนที่ขอให้เขาอธิบายโจทย์ตอบผิด..เพราะTAคนนั้นอธิบายโจทย์ผิด ครั้งนั้นนี่น่าสลดอยู่เหมือนกัน(แต่ผมไม่ได้ถาม)

ชอบเนื้อหาในเอนทรี่นี้ครับ นึกภาพตามออกเลย โดยเฉพาะเรื่องลอก 555Hot!

#8 By SkyKiD on 2008-09-02 21:33

เคยเป็นเหมือนกันคะ แต่เคยคุมlab ฟิสิกส์ อย่างเดียวคะconfused smile
เคยเป็นตอนไปช่วยงานภาคคอม ทำได้เือนเดียวก็เกือบบ้าเลยละครับ

#6 By on 2008-09-02 19:46

อืม...ไม่เจอข้อ๑เช่นกัน โกหกเปล่าคะ ทำไมเราไม่ยักรู้ว่ามีข้อนี้ล่ะ ทำไมๆๆๆๆๆๆๆๆ
*กรีดร้องวิ่งออกจากบลอคไป*

#5 By พัดทอง on 2008-09-02 19:07

นึกถึงสมัยเรียนกับนิสิตช่วยสอนตอนม.ต้นขึ้นมาทันทีsad smile Hot!

#4 By technikos on 2008-09-02 17:48

อุ๋ยย
อ่านแล้วสะดุ้งโหยงก็หลายข้ออยู่ confused smile
ที่มหาลัย เค้าไม่ให้เด็ก ป.ตรี เป็น TA เซ้าเศร้า Hot!

#3 By Bluemoon on 2008-09-02 17:21

ชอบใจ!
แต่ทำไมผมไม่เคยเจอข้อ1เลย ฮึ่ยยย โมว์โหว์ Hot!

#2 By Eddy on 2008-09-02 15:37

Hot! surprised smile

#1 By ดาวถัดมา on 2008-09-02 13:27